นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บกล่าวว่า ทีเส็บได้เห็นถึงความสำคัญของไมซ์ซิตี้ ซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ในประเทศไทย ได้แก่ เชียงใหม่ ภูเก็ต ขอนแก่น พัทยา และกรุงเทพฯ ซึ่งมีความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพการจัดงาน และมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาสถานที่จัดงาน สถานประกอบการ และผู้ประกอบการ อันเป็นปัจจัยสำคัญในการก่อให้เกิดการจัดงานอย่างยั่งยืน ดังนั้นจึงได้ร่วมมือกับเครือข่ายไมซ์ซิตี้ ในการรณรงค์ส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของเมือง รวมถึงการส่งเสริมความพร้อมของไมซ์ซิตี้ในการเป็นเจ้าภาพงานนานาชาติ และพัฒนาระบบนิเวศน์ของผู้ประกอบการธุรกิจไมซ์ในพื้นที่ให้มีจิตอาสา ร่วมพัฒนาเมืองสู่การเป็นเมืองแห่งไมซ์ที่ยั่งยืนหรือ Sustainable MICE Cities Destination ช่วยสร้างมาตรฐาน และสร้างแนวคิด นโยบายลงสู่ภาคปฏิบัติด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ความรับผิดชอบต่อชุมชนและสังคม ความรับผิดชอบต่อเศรษฐกิจ เป็นการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของเมืองและผู้ประกอบการต่อไป

สำหรับแนวทางในการพัฒนาเมืองไมซ์ซิตี้สู่การเป็นเมืองแห่งไมซ์ที่ยั่งยืนนั้น ทั้ง 5 เมืองต่างมีข้อตกลงร่วมกันทั้งภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ ที่จะร่วมพัฒนาเมืองแบบบูรณาการใน 4 ด้าน ได้แก่ 1.ด้านมิติ การพัฒนาศักยภาพเน้นการพัฒนาองค์ความรู้ จัดอบรมส่งเสริมด้านข้อมูลให้แก่ผู้ประกอบการในพื้นที่ 2ใด้านมิติการประชาสัมพันธ์เน้นการเผยแพร่ภาพลักษณ์ของเมือง ศักยภาพของสถานที่การจัดประชุมและผู้จัดงาน รวมถึงการแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติอันดี Best practices เพื่อส่งเสริมการประชุมยั่งยืน 3. ด้านมิติการสนับสนุนงาน เน้นส่งเสริมการจัดงานยั่งยืน Sustainable events โดยผลักดันสถานที่จัดงาน ให้ได้มาตรฐานความยั่งยืนด้านต่างๆ 4. ด้านมิติติดตามประเมินผลเน้นส่งเสริมการคำนวณเพื่อวัดผลแบบเป็นรูปธรรม

จากแนวทางพัฒนาดังกล่าวนี้ ทีเส็บ ได้ร่วมมือกับเครือข่ายไมซ์ซิตี้ ริเริ่มโครงการประชุมเมืองไมซ์ งดใช้พลาสติกเพื่อร่วมกันรณรงค์กิจกรรมส่งเสริม NO Plastic ในพื้นที่ และสถานที่จัดงาน ทั้งในห้องประชุม การจัดเลี้ยง รวมไปถึง อุปกรณ์และบรรจุภัณฑ์ ที่เกี่ยวกับอาหารและน้ำดื่ม โดยสนับสนุนการจัดอาหารและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ซึ่งคาดว่าจะทำให้เกิดการลดใช้พลาสติกถึงรวมถึงลดค่าใช้จ่าย

ทั้งนี้จากสถิติพบว่า ในปีที่ผ่าน เมืองไมซ์ซิตี้ทั้ง 5 เมืองได้แก่ กรุงเทพฯ พัทยา ขอนแก่น เชียงใหม่ และภูเก็ต ต้อนรับนักเดินทางกลุ่มไมซ์ ทั้งจากในประเทศและต่างประเทศเป็นจำนวนถึง 34,691,347 คน โดยในช่วงระยะเวลา 1 ปีนั้น มีขวดพลาสติกที่ถูกใช้ในห้องประชุมในเมืองไมซ์ซิตี้ทั้ง 5 เมือง คิดเป็นจำนวนมากกว่า17,000,000 ขวด ซึ่งความร่วมมือระหว่างทีเส็บกับเครือข่ายไมซ์ซิตี้ ทั้ง 5 เมือง ภายใต้แคมเปญประชุมเมืองไมซ์ งดใช้พลาสติก ตั้งเป้าในปีแรกลดการใช้ขวดน้ำพลาสติกในห้องประชุมในพื้นที่ลง 50% หรือคิดเป็นจำนวน 8,600,000ขวด ซึ่งเท่ากับการช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากถึง 638 ตัน เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ 70,226 ต้น หรือคิดเป็นการลดค่าใช้จ่ายได้ถึง 30,000,000 บาท

ซึ่ง นายจิรุตถ์ กล่าวว่า การพัฒนาไมซ์ซิตี้ สู่การเป็นเมืองแห่งไมซ์ที่ยั่งยืน เป็นการดำเนินงานที่สอดรับนโยบายของรัฐบาลในการจัดทำเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนอันเป็นวาระของโลก โดยในประเทศไทยมีหน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชนร่วมให้การสนับสนุนการจัดงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม เช่นการนำนโยบายมาสนับสนุนการจัดงานประชุมอาเซียนที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพตลอดปี รวมถึง ภาคเอกชน บริษัทชั้นนำในตลาดหลักทรัพย์ต่างให้ความสำคัญและเป็นข้อผูกมัดที่จะทำการจัดงานอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ในด้านกิจกรรมไมซ์โดยเฉพาะเรื่องการจัดประชุมองค์กรและการประชุมวิชาการ นานาชาติ สมาคมและองค์กรนานาชาติจะมีโจทย์ที่ระบุการเลือกสถานที่จัดงาน อาหาร เส้นทาง การจัดเลี้ยง และโรงแรมที่เป็นมีนโยบายมุ่งสู่ความยั่งยืน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อชุมชนและกระจายรายได้

นอกเหนือจากการพัฒนาเมืองไมซ์ซิตี้สู่การเป็นเมืองแห่งไมซ์ที่ยั่งยืน ทีเส็บยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมศักยภาพด้านการตลาดของไมซ์ซิตี้ทั้ง 5 เมืองควบคู่ไปด้วย โดยทีเส็บได้นำคณะผู้แทนไมซ์ซิตี้ทั้ง 5 เมือง เข้าร่วมงาน IT&CM Asia and CTW Asia Pacific 2019 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 24-26 กันยายน 2562 เพื่อเพิ่มพูนความรู้ สร้างแนวทางการประชาสัมพันธ์การตลาดของเมืองให้เป็นเป้าหมายของนักเดินทางไมซ์ เป็นการเพิ่มโอกาสทางการตลาดและทางธุรกิจให้กับทั้ง 5 เมือง และจะทำให้เกิดการนำไปพัฒนาต่อยอดการพัฒนาเมืองไมซ์ในอนาคต