เมื่อบริษัท โทมัส คุก กรุ๊ป ธุรกิจนำเที่ยวเก่าแก่ที่สุดของโลกจากอังกฤษ เข้าสู่ภาวะล้มละลาย ทำให้นักท่องเที่ยวหลายแสนคนต้องติดค้างอยู่ต่างประเทศ ซึ่งประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายหลักๆ ของกลุ่มดังกล่าว โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ต จะมีผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวมากน้อยเพียงใด และหน่วยงานที่รับผิดชอบจะมีวิธีรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นเช่นไร นอกเหนือจากปัญหาหมอกควันที่พัดมาจากประเทศอินโดนีเซีย ในเรื่องนี้ นางกนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร ผู้อำนวยการการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานภูเก็ต ได้สะท้อนกลยุทธ์ และแผนการดำเนินงาน เพื่อตั้งรับกับปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน

นำเสนอแพ็คเกจพิเศษกระตุ้นรายได้

นางกนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร ผู้อำนวยการการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานภูเก็ต กล่าวว่า สิ่งที่ส่งผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวของการที่เอเยนซี่รายใหญ่ อย่าง บริษัทโทมัส คุก ปิดตัว อาจจะทำให้กลุ่มนักท่องเที่ยวของตลาดอังกฤษที่ซื้อไว้แล้วอาจจะตัดสินใจที่จะไม่เดินทาง แต่ผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวในเวลานี้ คือ กลุ่มที่เดินทางมาแล้วจะต้องจ่ายเงินใหม่ ก่อนจะกลับไปรีฟันกับบริษัทประกันอีกครั้งหนึ่ง

สำหรับช่วงไฮซีซั่นไม่น่ามีผลกระทบมากนัก ทั้งนี้เป็นเพราะส่วนหนึ่งทางกลุ่มตลาดอังกฤษมีหลายปัจจัย ทั้งค่าเงินของอังกฤษที่ลดลง รวมถึงปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าว ถ้ามีการจัดการเรื่องรีฟันได้เรียบร้อยก็น่าจะไม่มีปัญหาต่อการตัดสินใจมากนัก ขณะที่ทางททท. ก็ได้เตรียมกระตุ้นการเดินทาง และรายได้ทั้งชาวไทย และต่างประเทศ โดยช่วงต้นเดือนตุลาคม จะมีแพ็คเกจ lux experience และ log experience ซึ่งเป็นการท่องเที่ยวแบบมีระดับ ผสมผสานการท่องเที่ยวที่มีประสบการณ์ร่วมกับชุมชน ออกมานำเสนอนักท่องเที่ยว

ทั้งนี้ แพ็คเกจ lux experience และ log experience ดังกล่าว ทางททท.จะเข้าไปร่วมทำการตลาดกับทาง สายการบิน โรงแรม รถเช่า เรือยอร์ช เป็นต้น โดยนำเสนอเป็นเส้นทางต่างๆ ให้กับบริษัทเอเยนซี่ ซึ่งตั้งเป้าในการที่จะเพิ่มตลาดคนไทย เป็นการนำเสนอประสบการณ์ความสวยงามของภูเก็ตให้คนไทยได้รับรู้ นอกเหนือไปจากแพ็คเกจที่มีอยู่แล้ว คือ deal dee ดีลดี ที่มีตั้งแต่สายการบินที่ให้ราคาพิเศษ และอื่นๆ อีกมากมาย

ซึ่งการชู lux experience เป็นการนำเสนอภาพเมืองภูเก็ต เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวใช้จ่ายมากขึ้น สอดรับกับสินค้าใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นมากมาย อาทิ บลูทรี สวนน้ำขนาดใหญ่ เซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า ที่อำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวได้มาจับจ่ายได้อย่างเต็มที่ ซึ่งเวลานี้มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศมถึง 10 ล้านคน ส่วนชาวไทยจะมีประมาณ 4 ล้านคน โดยตั้งเป้าในอนาคตชาวไทยเพิ่มขึ้นประมาณ 10%

โดยในช่วงเดือนสิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา จังหวัดภูเก็ตมีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ตกว่า 25,000 ล้านบาท จากจำนวน 881,317 คน ส่วนรายได้จากนักมท่องเที่ยวชาวไทยประมาณ 2,535 ล้านบาท จากนักท่องเที่ยว 194,377 คน

หมอกควันภูเก็ตไม่กระทบท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตาม นางกนกกิตติกา ยังกล่าวถึง ปัญหาหมอกควันที่พัดมาจากประเทศอินโดนีเซีย วา ทางจังหวัดภูเก็ตมีมาตรการได้การแจ้งระดับอันตรายโดยมีตัววัดค่า เพื่อส่งข้อมูลไปยังกลุ่มต่างๆ ภายในจังหวัด เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นล่วงหน้า ขณะที่นักท่องเที่ยวในแต่ละโรงแรมรับรู้ถึงเหตุการณ์ต่างๆ ก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

“ด้วยความที่เป็นเกาะทำให้สถานการณ์เกิดขึ้นไม่รุนแรงมากนัก อีกทั้งปัญหาเรื่องหมอกควัน เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้เป็นประจำทุกปีที่กระทบต่อสภาพอากาศของจังหวัดภูเก็ต แต่จะไม่ยาวนานเหมือนกับทางภาคเหนือของไทย ด้วยภูมิประเทศที่อยู่เป็นเกาะ และมีฝนตกอย่างต่อเนื่องทำให้ลดระดับของความรุนแรงได้เป็นอย่างมาก”