ศ.ดร.นพ.ประวิตร อัศวานนท์ ประชาสัมพันธ์สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับโรคผิวหนังอีกชนิดหนึ่ง โรคนี้ไม่มีชื่อในภาษาไทย จึงเรียกทับศัพท์ว่า “โรคอะมิลอยด์ผิวหนัง” (cutaneous amyloidosis) จริงๆ แล้วโรคนี้เกิดจากโปรตีนบางชนิด มีการพับตัวผิดปรกติ และเกิดการเสื่อมบางอย่าง และฝังตัวในผิวหนัง กลายเป็นตุ่มๆ ขึ้นมาและมีหลายขนาด โดยปรกติคนในประเทศแถบเอเชีย เป็นโรคนี้จำนวนไม่น้อย แต่อาจไม่รู้ตัวเองว่ามีผื่นอะมิลอยด์ผิวหนัง

ศ.ดร.นพ.ประวิตร อัศวานนท์

ลักษณะของโรคจะเป็นตุ่มมีลักษณะแข็งๆ เล็กๆ คลำดูจะรู้สึก สากๆ เรียงเป็นแนวยาว คล้ายระลอกคลื่น ซ้อนๆกัน อาการที่สำคัญของอะมิลอยด์ คือ คันมาก ๆ ผู้ป่วยบางคนถึงต้องกับตื่นตอนกลางคืนเพราะมีอาการคันจนทนไม่ไหว ผื่นของอะมิลอยด์ มักขึ้นที่หน้าแข้ง และ บริเวณแขน วิธีสังเกตการเป็นโรคอะมิลอยด์นอกจากจะเป็นตุ่ม ๆ แล้ว บางชนิดเป็นชนิดผื่นราบและเรียงกันเป็นแนว ผื่นชนิดราบนี้ชอบขึ้นที่บริเวณแผ่นหลัง โดยเฉพาะบริเวณระหว่างสะบัก 2 ข้างหรือตรงกลางหลัง ถ้าไม่รู้จักก็จะนึกว่าเป็นเหมือนขี้ไคลหรือผิวหนังสกปรก ผู้ป่วยบางท่านมีลักษณะของอะมิลอยด์ 2 ชนิดร่วมกันเรียกว่าไบเฟสิก (Biphasic amyloidosis) คือมีทั้งตุ่มนูนและตุ่มราบร่วมกัน

การรักษาโรคอะมิลอยด์ผิวหนังในปัจจุบันนี้ มีหลายวิธีมาก ทั้งการใช้ยาทา ยารับประทาน การลอกด้วยกรด การฉายแสง และ การรักษาด้วยวเลเซอร์ อะมิลอยด์เป็นโรครู้จักกันไม่แพร่หลาย แต่ไม่ได้หายากในคนไทย ดังนั้นจึงควรจะต้องรู้จักโรคนี้ไว้ด้วย