กรมบัญชีกลางเผยความคืบหน้าผู้ประกอบการร้านค้าสมัครเข้าร่วมมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ “ชิมช้อปใช้” เพิ่มขึ้นแล้วกว่า 55,579 ราย โดยรวมร้านค้าธงฟ้าประชารัฐที่มีแอปถุงเงินและร้านค้าที่ติดตั้งเครื่อง EDC แล้ว ยอดพุ่งกว่า 135,000 ราย โดยเกินเป้าหมายที่กระทรวงการคลังกำหนด พร้อมเดินหน้ารับสมัครต่อเนื่องถึงวันที่ 20 ก.ย.62 เพื่อรองรับการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนจะลงทะเบียนใช้สิทธิเข้าร่วมมาตรการ

น.ส.สุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงการคลังได้มีมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ “ชิมช้อปใช้” ซึ่งได้เปิดรับสมัครผู้ประกอบการ ร้านค้า เข้าร่วมมาตรการฯ ตั้งแต่วันที่ 28 ส.ค. 62 ซึ่งกระทรวงการคลังได้ตั้งเป้าหมายผู้ประกอบการร้านค้าเข้าร่วมมาตรการฯ จำนวนประมาณ 40,000 ราย ประกอบด้วย ร้านอาหารที่มีเลขทะเบียนพาณิชย์ ประมาณ 14,000 ราย รวมถึงร้านอาหารขนาดเล็กในพื้นที่อีก 10,000 ราย ร้าน OTOP/วิสาหกิจชุมชน/ ประมาณ 6,000 ราย โรงแรมและโฮมสเตย์ ประมาณ 10,000 ราย

โดยหลังจากที่กรมบัญชีกลางได้ปรับกลยุทธ์เชิงรุกร่วมกับธนาคารกรุงไทย ทำให้มีผู้ประกอบการกลุ่มเป้าหมายและร้านค้าทั่วไปสนใจสมัครเข้าร่วมมากขึ้น โดยขณะนี้มีผู้ประกอบการร้านค้าทั่วประเทศสมัครเข้าร่วมมาตรการฯแล้ว 55,579 ราย เป็นร้านประเภทชิม 26,321 ร้านค้า ประเภทช้อป 26,576 ร้านค้า และประเภทใช้ 2,682 ร้านค้า ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่เพิ่มขึ้น และเมื่อรวมกับร้านค้าธงฟ้าประชารัฐที่มี App ถุงเงินเดิมอยู่แล้วกว่า 50,000 ร้านค้า

ทั้งนี้ ธ.กรุงไทยได้อัพเดท App ถุงเงินเวอร์ชั่นใหม่ให้อัตโนมัติ และร้านค้าประชารัฐที่ติดตั้งเครื่อง EDC กว่า 30,000 รานค้า ธนาคารกรุงไทยได้อัพเดทข้อมูลให้สามารถดาวน์โหลด App ถุงเงินได้ทันที ทำให้ยอดรวมร้านค้าที่เข้าร่วมมาตรการฯ ในตอนนี้มีจำนวนกว่า 135,000 ราย ซึ่งมีความหลากหลายและเพียงพอต่อการจับจ่ายซื้อสินค้าและบริการของประชาชนจำนวน 10 ล้านคนที่จะมาลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการฯ ในวันที่ 23 ก.ย.62 อย่างแน่นอน

“ขอเชิญชวนผู้ประกอบการร้านค้าที่อยู่ระหว่างตัดสินใจ สามารถสมัครเข้าร่วมมาตรการฯ ได้ถึงวันที่ 20 ก.ย.62 โดย กทม.สมัครได้ที่กรมบัญชีกลางและสถานที่ที่ ธ.กรุงไทย กำหนด ต่างจังหวัดสมัครได้ที่สำนักงานคลังจังหวัดทุกแห่งทั่วประเทศ ส่วนประชาชนทั่วไปที่สนใจ สามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิผ่านเว็บไซต์ www.ชิมช้อปใช้.com ระหว่างวันที่ 23 ก.ย.-15 พ.ย.62 รับจำนวน 10 ล้านรายแรกที่ลงทะเบียนภายในระยะเวลาที่กำหนดเท่านั้น”

สำหรับผู้ที่จะลงทะเบียนรับสิทธิต้องมีคุณสมบัติคือ 1.เป็นคนไทย ที่มีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน 2.มีบัตรประจำตัวประชาชน 3.มี Smart Phone /เครือข่าย Internet 4.มี e-mail โดยในขั้นตอนการสมัครจะต้องระบุจังหวัดที่จะไปท่องเที่ยวจำนวน 1 จังหวัด และไม่ใช่จังหวัดตามสำเนาทะเบียนบ้านของตนเอง ซึ่งในวันที่ลงทะเบียนสามารถเข้าไปดูจำนวนร้านค้าที่เข้าร่วมมาตรการในแต่ละจังหวัดเพื่อช่วยในการตัดสินใจ และจะได้รับ SMS แจ้งยืนยันการได้รับสิทธิภายใน 3 วันหลังจากลงทะเบียน ซึ่งช่วงระยะเวลาการไปใช้สิทธิคือภายใน 14 วัน หลังจากได้รับ SMS จากนั้นดาวน์โหลด App เป๋าตัง ก็จะได้รับสิทธิและวงเงินใน App เป๋าตังทันที”

ส่วนวงเงินใน App เป๋าตัง ที่ผู้มีสิทธิได้รับนั้นจะมี 2 ช่องคือ เป๋าตัง ช่อง 1 (g-wallet 1)ได้รับสิทธิวงเงิน 1,000 บาท เพื่อใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการในจังหวัดที่เลือกไว้ และเป๋าตัง ช่อง 2(g-wallet 2) สามารถเติมเงินของตนเองใน App ได้ เพื่อใช้จ่ายเป็นค่าอาหารและเครื่องดื่ม ค่าที่พัก หรือค่าซื้อสินค้าท้องถิ่นจากผู้ประกอบการ ร้านค้าที่เข้าร่วมมาตรการตั้งแต่วันที่ได้รับสิทธิจนถึงสิ้นสุดโครงการในวันที่ 30 พ.ย.62 ในทุกจังหวัด ยกเว้นจังหวัดตามทะเบียนบ้าน โดยการใช้จ่ายจากเป๋าตัง ช่อง 2 รัฐบาลจะจ่ายเงินคืนให้ (Cash Back) ร้อยละ 15 ของยอดชำระเงินที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 4,500 บาทต่อคน (หรือวงเงินใช้จ่ายไม่เกิน 30,000 บาท) ซึ่งจะจ่ายคืนเงินให้หลังสิ้นสุดโครงการในเดือนธ.ค.62

ทั้งนี้ผู้ที่จะลงทะเบียนใช้สิทธิสามารถตรวจสอบและค้นหาตำแหน่งพิกัดของสถานประกอบการร้านค้าที่เข้าร่วมมาตรที่ได้ปักหมุดไว้ทั่วประเทศได้ทาง App เป๋าตัง และ เว็บไซต์ www.ktb.co.th ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ call center กรมบัญชีกลาง 02-270-6400 กด 7 และติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ชิมช้อปใช้ ได้ทางเว็บไซต์กรมบัญชีกลาง www.cgd.go.th YouTube และ Facebook กรมบัญชีกลาง