PTT-KV-DJSI-Online

“บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พี่ใหญ่เคยเป็นเป้าหมายใหญ่ ที่ถูกโจมตี มาตั้งแต่รัฐบาล คสช. 5 ปี แบบที่เรียกว่า “ยังไง ก็โดน” ทำอะไร พูดอะไรก็โดนทุกเรื่อง

หรือประมาณว่า เกิดเป็น “บิ๊กป้อม” หายใจก็ยังผิด

แต่ด้วยหลายเหตุผล ทำให้ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จำต้องให้ พล.อ.ประวิตร ร่วมครม. “ประยุทธ์ 2” เป็นรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง

ทั้งเรื่องดวงชะตาที่ต้องครบแผงทั้ง 3 ป. “ป้อม –ป๊อก-ประยุทธ์” ทั้งเรื่องบารมี สายสัมพันธ์ของ พี่ใหญ่ และความจำเป็นที่ ต้องการให้ พล.อ.ประวิตร เดินงานด้านการเมือง ในการมาคุมพรรคพลังประชารัฐ นั่งประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค

แต่ก็ลดโหลดงาน ให้เป็นแค่รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง เก้าอี้เดียว ไม่ได้ควบรมว.กลาโหม โดยที่พล.อ.ประยุทธ์ ควบเอง แถมยังคุมทหารและตำรวจเองอีกด้วย เพื่อให้ พล.อ.ประวิตร เบาตัว และทำงานการเมือง ได้เต็มที่ ทั้งการดูแลพรรคพปชร. ให้เป็นหนึ่งดียว แก้ปัญหาหลายก๊วนหลายมุ้งในพรรค และเดินเกม แก้ปัญหารัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ ทั้งพลังดูดภาค 2 และการเลี้ยงงูเห่า

จึงทำให้ พล.อ.ประวิตร กลายเป็นเป้าหมายของการโจมตีของฝ่ายตรงข้ามน้อยลง

ประกอบกับในรัฐบาลนี้ มี “ผู้กองธรรมนัส” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ เป็นเป้าหมายใหญ่อีกเป้าหนึ่งของรัฐบาล และพรรคพลังประชารัฐ

ด้วยเหตุที่เคยอยู่พรรคเพื่อไทยมาก่อน และรู้จักสนิทสนมกับนักการเมืองในพรรคและแกนนำพรรค ที่ทำให้เชื่อว่า ร.อ.ธรรมนัส จะตกเป็นเป้าโจมตีน้อยลง เพราะเมื่อครั้งการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภานั้น ร.อ.ธรรมนัส ก็ไม่ได้โดนอภิปรายโจมตี

แต่ด้วยบทบาทที่เป็นมือเคลียร์สำคัญของรัฐบาลและพปชร. โดยเฉพาะเป็นมือทำงานของ พี่น้อง 3ป. จึงทำให้ร.อ.ธรรมนัส ถูกรุมจ้องโจมตี

ยิ่งเมื่อเปรียบเทียบว่า ตนเองเป็นเสมือน เส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงรัฐบาลอยู่ด้วยแล้ว ก็ยิ่งถูกจ้อง

จึงไม่แปลกที่ จะมีการขุดคุ้ยอดีตของ ร.อ.ธรรมนัส กลับมาเป็นประเด็นโจมตี ทั้งเรื่องคดีฆาตกรรม คดีถูกจับค้ายาเสพติด ที่ออสเตรเลีย ที่แม้เจ้าตัวได้ชี้แจงไปหลายครั้งก่อนหน้านี้ แต่ก็ยังมีบางปมประเด็นที่เป็นคำถาม รวมถึงเรื่องวุฒิการศึกษา

จนต้องมีการตอบกระทู้ในสภา ด้วยท่าทาง ลีลา น้ำเสียง ที่ไม่ธรรมดา แต่เป้าหมายต้องการพาดพิงไปที่ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ไม่กลั่นกรองคุณสมบัติรัฐมนตรี

แต่ ในความรู้สึกของพล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร มองว่า ข้อมูลที่ชี้แจงมานั้น รับฟังได้ พร้อมยืนยันว่าได้มีการตรวจสอบประวัติก่อนแล้ว

ต้องไม่ลืมว่า ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร เป็นคนตัดสินใจที่จะให้ ร.อ.ธรรมนัส เป็นรัฐมนตรี ด้วยเพราะมีผลงานทั้งการเลือกตั้งในภาคเหนือ และการช่วยงานแบบลับๆมาตลอด ผ่านการพิสูจน์วัดใจกันมานานหลายปี

เมื่อมาอยู่ฝ่ายเดียวกัน ก็กลายเป็นน้องรักของ พี่น้อง 3 ป. เพราะใช้ให้ไปทำงานทุกอย่างได้หมด เพราะมีต้นทุนทางสังคมสูง ทั้งบารมี อำนาจ เงินทอง

จนเป็นที่รู้กันว่าเป็น สายตรง ของ “บิ๊กป้อม บิ๊กป๊อก บิ๊กตู่” ทั้งเรื่องงานในรัฐบาล และภารกิจ ว.5 ต่างๆในทางการเมือง

การตกเป็นเป้าหมายทางการเมือง ในการถูกขุดคุ้ยโจมตี จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลย

ท่ามกลางการถูกจับตามองว่า ร.อ.ธรรมนัส จะฝ่าฟันคลื่นลมพายุทางการเมืองไปได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่ มีการสะกิดให้ลาออก

เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ ร.อ.ธรรมนัส นั้น ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ เครียดไม่น้อย

แต่สำหรับ ร.อ.ธรรมนัสแล้ว ไม่มีอะไรที่จะมาทำให้เขาลาออกได้ นอกเสียจาก “นาย” ซึ่งก็คือ พี่น้อง 3 ป. หรือ สัญญาณบางอย่าง เท่านั้น

เพราะ ร.อ.ธรรมนัส ได้รับ “มิชชั่นสำคัญ” 3 ประการ ในการมารับตำแหน่งรัฐมนตรีและร่วมรัฐบาล

เพราะเขาได้รับมิชชั่นสำคัญนี้จาก บุคคลสำคัญที่เคารพนับถือสูงสุด ในการทำงาน 1. เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน 2.ช่วยรัฐบาล และ 3.การปราบคอร์รัปชั่น

จึงไม่แปลกที่ ร.อ.ธรรมนัส จะยืนยัน ที่จะไม่ลาออก แถมถามด้วยว่า “ทำไม ผมจะต้องลาออก”

“ลูกผู้ชายอย่างผม อยู่บนโลกของความเป็นจริง ผมขออยู่กับปัจจุบัน ขอทำงานเพื่อประชาชน ขออย่านำเรื่องไร้สาระมาโจมตี ผมจะไม่ยอมให้เรื่องในอดีตมาทำลายอุดมการณ์ ที่ตั้งใจว่าจะใช้ชีวิตที่เหลือ ทำเพื่อประชาชน ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใด ขอทำงานเพื่อทดแทนคุณแผ่นดิน และรักษาเสาหลักของบ้านเมืองคือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์” ร.อ.ธรรมนัส ประกาศ