PTT King 10

“วิษณุ” รับ ศาล รธน.ไม่รับคำร้องปมถวายสัตย์ปฏิญาณ ทำให้รบ.แจงง่ายขึ้น ไม่หวั่น ฝ่ายค้านลุยต่อ แนะ ระวังวิจารณ์คำวินิจฉัยศาล

เมื่อเวลา 09.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ไม่รับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน ในประเด็นถวายสัตย์ปฏิญาณ สภาผู้แทนราษฎรจะต้องถอนญัตติดังกล่าวหรือไม่ ว่า แล้วแต่ว่าจะมีใครทำอะไร และแล้วแต่วิปรัฐบาลที่จะไปประสานงาน แต่ถ้ามีการถอนญัตติดังกล่าวออกรัฐบาลก็ไม่ต้องไปชี้แจง หรืออาจจะอภิปรายให้สั้นลง ไม่ต้องใช้เวลามาก หรืออาจจะเป็นอย่างที่ฝ่ายค้านระบุว่าจะพูดกันไปโดยที่ไม่มีความเกรงใจ เพราะฉะนั้น อย่างไรก็ได้ หากญัตติยังอยู่ก็ไปชี้แจง ทั้งนี้ ญัตตินี้ไม่ได้ตกไปโดยอัตโนมัติ แต่จะต้องมีใครไปทำอะไรสักอย่างหนึ่ง หากผู้ยื่นญัตติไม่ถอนรัฐบาลต้องไปชี้แจงกันเหมือนเดิม แต่ขอบเขตอภิปรายจะต้องเปลี่ยนจากเดิมที่คิดไว้ ซึ่งถือว่าจะดีขึ้น ขณะที่ขอบเขตในการอภิปรายจะต้องอยู่ภายในข้อบังคับของสภาที่มีอยู่แล้ว และผู้อภิปรายจะต้องระมัดระวังกรณีจะไปวิพากษ์วิจารณ์คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะเป็น พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560

“อย่างไรก็ตาม ศาลรัฐธรรมนูญได้ให้เหตุผลไว้อย่างชัดเจนว่าทำไมถึงไม่รับ ถือเป็นเหตุผลที่สำคัญ และเป็นไปตามที่ผมเคยบอกไว้ว่าเรื่องนี้จะไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญบอกว่าไม่รับถือว่าจบ และศาลยังได้อธิบายเหตุผลที่เป็นประโยชน์ทั้งนั้นในทุกคำพูด ส่วนจะเป็นผลดีกับรัฐบาลหรือไม่ ไม่แน่ใจ”นายวิษณุ กล่าว

เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่าไม่มีใครที่จะไปยื่นเรื่องต่อองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ ในประเด็นดังกล่าวนี้ได้อีกใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ใช่ เพราะมีหลายเรื่องที่จะเข้าข่ายเช่นนี้ แต่ถ้าจะไปดำเนินการทางการเมืองใดก็แล้วแต่ ไปว่ากันเอง

เมื่อถามว่า ถ้าไม่มีใครขอถอนญัตติดังกล่าวออก ทางประธานสภาฯสามารถที่จะถอนญัตตินี้เองได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ถอนเองไม่ได้ ซึ่งต้องว่ากันไป แต่อย่างน้อยสมาชิกสภาจะเสียโควตาไป 1 โควตา เนื่องจากญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามมาตรา 152 กระทำได้ปีละ 1 ครั้งเท่านั้น

เมื่อถามว่า เมื่อได้คำตอบจากศาลรัฐธรรมนูญเช่นนี้ รัฐบาลสามารถส่งใครไปชี้แจงต่อสภาก็ได้ใช่หรือไม่ หรือจำเป็นที่นายกฯ จะต้องไปชี้แจงเอง นายวิษณุ กล่าวว่า ยังไม่มีใครคิดไปถึงขั้นนั้น คิดเตรียมการไว้อย่างไรก็ยังเป็นอย่างนั้นอยู่ โดยเฉพาะนายกฯไปตอบเอง ไม่ต้องสงสัยเป็นอย่างอื่นเลย ดูจากวาระงานวันที่ 18 ก.ย.แล้ว นายกฯจะออกมางานของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่เมืองทองธานี แล้วจะกลับเข้าไปประชุมสภาต่อ หรือแม้แต่ตนเองก็เช่นกัน กำลังให้ทีมงานประสานเลื่อนวาระงานบางงานของตนอยู่ ส่วนคณะรัฐมนตรีก็ต้องเข้าด้วยกัน เพราะยังไม่รู้ว่าในการอภิปรายจะมีใครโดนหางพายุไต้ฝุ่น