วันที่ 12 ก.ย.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้าเหตุเพลิงไหม้ บริเวณ บ้านเลขที่ 1082/10 (หน้าโรงแรมปริ้นพาเลซ) แขวงคลองมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ซึ่งอยู่ในพื้นที่ของ สน.นางเลิ้ง ว่า เมื่อวันนี้ 12 ก.ย. 62 เวลาประมาณ 00.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.นางเลิ้ง ได้รับแจ้งเหตุ เพลิงไหม้ บริเวณ บ้านเลขที่ 1082/10 (หน้าโรงแรมปริ้นพาเลซ) เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย พนักงานสอบสวน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน จึงได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิด อีกทั้งได้ประสานไปยัง เจ้าหน้าที่ดับเพลง สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร รถดับเพลิง ร่วมกันควบคุมเพลิงไหม้ หลังจากเพลิงสงบ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตพบว่าเป็นอาคารพาณิชย์ 7 ชั้นโดย ชั้น 1 ขายเสื้อผ้า ส่วนในชั้นอื่นๆนั้น มีไว้เก็บเสื้อผ้า โดยจากการตรวจสอบในเบื้องต้น ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด โดยขณะนี้เพลิงสงบแล้ว

เบื้องพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำเจ้าของอาคารพาณิชย์แห่งนี้ ,สอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้อง และตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียง โดยในเบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุเพลิงไหม้ แต่คาดว่า บริเวณชั้น 2 เป็นสาเหตุของต้นเพลิง ซึ่งอาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร และได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานกลาง เพื่อเข้าตรวจสอบหาสาเหตุของเพลิงไหม้ในครั้งนี้โดยละเอียดอีกครั้ง อีกทั้งได้ประสานไปยังสำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่ายเพื่อร่วมตรวจสอบความแข็งแรงของโครงสร้างอาคารต่อไป

พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวอีกว่า ฝากไปยังผู้ประกอบการ ร้านค้า หรืออาคารที่มีสินค้า และผู้ใช้บริการจำนวนมาก ขอให้หมั่นตรวจสอบ ระบบไฟฟ้า เครื่องมืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องให้พร้อมใช้งานและอยู่ในลักษณะที่ปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันอัคคีภัยที่จะเกิดขึ้นได้ ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้นสันนิษฐานว่าต้นเหตุในการเกิดเพลิงไหม้อาจเกิดจากระบบไฟฟ้าภายในอาคารลัดวงจร แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้ตัดประเด็นใดทิ้งไป และจะดำเนินการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฎตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจ บูรณาการการทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนในการช่วยเหลือประชาชน ระงับเหตุเพลิงไหม้ อพยพประชาชนออกจากที่เกิดเหตุโดยเร็วและปลอดภัย พร้อมกันพื้นที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทำการตรวจสอบโครงสร้างอาคาร เพื่อไม่ให้เกิดเหตุร้ายซ้ำขึ้นมาอีก พร้อมกำชับพนักงานสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานด้วยความรอบคอบ สอบสวนให้สิ้นกระแสความ ในการหาสาเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ พร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายและสามารถตอบคำถามสังคมได้ โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน สนับสนุนหาข้อมูลพยานหลักฐานที่มีความเกี่ยวข้องในคดีดังกล่าวในทุกมิติแก่พนักงานสอบสวน ดำเนินการบูรณาการสืบสวนสอบสวนอย่างเป็นระบบ มีความเชื่อถือได้