กรมการค้าภายในขีดเส้นไม่เกินต้นเดือนต.ค.62 เตรียมจัดกลุ่มโรงพยาบาลเอกชน คิดค่ารักษาแพงเกินจริง พร้อมดึงขึ้นเว็บของกรมการค้าภายในให้สังคมรับทราบเป็นทางเลือกใช้บริการ

นายประโยชน์ เพ็ญสุต รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ความคืบหน้าในการตรวจสอบราคาซื้อและขายยา เวชภัณฑ์ของโรงพยาบาลเอกชน ตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ เพื่อตรวจสอบความเหมาะสมการกำหนดราคายาสูงเกินจริง และลดความเดือดร้อนของประชาชนในการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนนั้นภายใน 3-4 สัปดาห์ หรือไม่เกินต้นเดือนต.ค.62 จะได้ข้อสรุปกลุ่มยา 100 รายการแรกที่ประชาชนเข้าใช้บริการตามโรงพยาบาลเป็นอันดับต้นๆจากจำนวนข้อมูลยาในบัญชีฉุกเฉิน 3,300 รายการ ส่วนใหญ่เป็นยาในกลุ่มแก้อาการอักเสบ ยาแก้ปวด เป็นต้น

ทั้งนี้จะเป็นการเทียบกับราคากลางทางวิชาการของคณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และราคาเฉลี่ยที่โรงพยาบาลส่วนใหญ่กำหนดราคาขายไว้จะทำให้รู้ว่าโรงพยาบาลใดคิดกำไรส่วนต่างสูงเกินจริงมาก ๆ เมื่อมีการร้องเรียนจะใช้เป็นฐาน เพื่อเชิญภาคเอกชนมาปรับปรุงหรือหากค้ากำไรเกินจริงมากก็ต้องออกมาตรการดูแลเพิ่มเติมต่อไป

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการให้โรงพยาบาลเอกชนติดตั้งเครื่องแสดงคิวอาร์โค้ดรายการยา เวชภัณฑ์ต่าง ๆ ตั้งแต่กลางเดือนส.ค.ที่ผ่านมาพบว่า มีประชาชนเข้าดูข้อมูล 130,000 ราย ซึ่งได้ขอให้โรงพยาบาลเพิ่มจุดให้บริการ โดยพบว่าประชาชนยังตื่นตัวเข้าร้องเรียนผ่านศูนย์รับแจ้งความคดียา เวชภัณฑ์ และค่าบริการทางการแพทย์ ที่อยู่ในกรมการค้าภายใน สนามบินน้ำ จากทั่วประเทศเกือบ 30 ราย ส่วนใหญ่ร้องเรียนราคาแพง มีการเก็บค่ายาซ้ำซ้อน และการรักษาเกินความจำเป็นจากการเข้ารักษาในโรงพยาบาลในกรุงเทพฯ ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูล ขณะที่การตรวจสอบ 48 โรงพยาบาลที่ยังไม่ได้จัดส่งข้อมูลตามกฎหมายจะเร่งตรวจสอบข้อมูลและสาเหตุให้ได้ข้อสรุปภายในเดือนก.ย.นี้ หากยังไม่ดำเนินการกฎหมายก็จะเอาผิดตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้จะทำควบคู่ไปกับการจัดกลุ่มโรงพยาบาลเอกชนแยกเป็น 3 กลุ่ม เพื่อจัดทำรายชื่อขึ้นเว็บไซต์ให้ประชาชนได้รับรู้และเป็นทางเลือกประชาชนก่อนเข้ารักษา แยกเป็นกลุ่มโรงพยาบาลที่มีการกำหนดค่ารักษา ค่ายาระดับกลาง ระดับสูง และระดับที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย ตั้งเป้าจะเริ่มเผยแพร่ภายใน 2 สัปดาห์นี้ต่อไป