“AWC”ประกาศเสนอขายไอพีโอ ไม่เกิน 8,000 ล้านหุ้น พร้อมกำหนดราคาเสนอขายหุ้น 6 บาทต่อหุ้น เปิดให้นักลงทุนทั่วไปจองซื้อหุ้น 25-27 ก.ย.นี้ เผยมีนักลงทุนสถาบันประเภท Cornerstone ตกลงจองซื้อหุ้นก่อนแล้วร้อยละ 50 ตอกย้ำความเชื่อมั่นในปัจจัยพื้นฐานและศักยภาพในการเจริญเติบโต

นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน)หรือ AWC เปิดเผยว่า เดินหน้าเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนไม่เกิน 6,957 ล้านหุ้น คิดเป็นไม่เกินร้อยละ 22.47 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัท ภายหลังจากการเสนอขายหุ้นครั้งนี้ (ไม่รวมการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน) และอาจมีการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน (Overallotment Option หรือ Greenshoe)ไม่เกิน 1,043 ล้านหุ้น โดยนำเงินที่ได้รับจากการจัดสรรหุ้นส่วนเกินไปใช้ในกลไกการรักษาระดับราคาหุ้น (Stabilization) เสริมสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนเกี่ยวกับเสถียรภาพของราคาหุ้นในช่วง 30 วันแรกหลังเข้าจดทะเบียนซื้อขาย โดยกำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญครั้งนี้ราคา 6 บาทต่อหุ้น

โดยนักลงทุนสถาบันชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ 13 ราย ตกลงจองซื้อหุ้นสามัญของบริษัทที่เสนอขายครั้งนี้ประมาณร้อยละ 50 ของจำนวนหุ้นที่เสนอขายครั้งนี้ (ไม่รวมการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน) ที่ราคา 6 บาทต่อหุ้น การแสดงความสนใจและเข้าทำสัญญาลงทุนในหุ้นของนักลงทุนสถาบันชั้นนำประเภท Cornerstone Investor ทั้ง 13 แห่งนี้ เป็นการแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในปัจจัยพื้นฐานและศักยภาพในการเจริญเติบโตของAWC

สำหรับAWC ประกอบธุรกิจพัฒนาและบริหารโครงการอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำที่มุ่งตอบไลฟ์สไตล์แบบครบวงจร ในประเทศไทย บนทำเลที่ดีเยี่ยม ซึ่งบริษัทฯ เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดิน (Freehold) ถึงร้อยละ 90 โดยแบ่งเป็น 1.กลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการ (Hospitality) ซึ่ง AWC เป็นเจ้าของโรงแรมระดับ Midscale ขึ้นไปรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เมื่อพิจารณาจากจำนวนห้องพักทั้งหมดของบริษัทฯ และอสังหาริมทรัพย์ที่บริษัท ตกลงเข้าซื้อตามสัญญาซื้อขายหุ้นปี 2562 ทั้งในพื้นที่ศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ในเขตเมืองและเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมที่ดึงดูดทั้งกลุ่มไมซ์ และนักท่องเที่ยวทุกประเภท โดยมีเครือข่ายพันธมิตรผู้บริหารโรงแรมภายใต้แบรนด์ชั้นนำระดับสากลถึง 6 กลุ่มพร้อมด้วยฐานลูกค้าทั่วโลกกว่า 300 ล้านราย

2.กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ (Retail & Commercial Building) ซึ่งครอบคลุมทั้งในส่วนกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อประกอบกิจการการค้า (Retail and Wholesale) ทั้งแลนด์มาร์คด้านการท่องเที่ยวอย่างเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ คอมมูนิตี้ชอปปิงมอลล์และคอมมูนิตี้มาร์เก็ต ภายใต้แบรนด์เกทเวย์ พันธุ์ทิพย์ และตะวันนา นอกจากนี้ยังเป็นเจ้าของอาคารสำนักงานใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ ได้แก่ อาคารเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ อาคารสำนักงานแบบมิกซ์ยูส (Mixed-Use) ระดับเกรดเอ เมื่อพิจารณาจากพื้นที่เช่าสุทธิ"

ทั้งนี้ AWC ยังมีแผนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่างๆอย่างต่อเนื่อง มีข้อได้เปรียบที่ได้รับการสนับสนุนจาก Ecosystem ของ TCC Group ที่จะช่วยสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต และเพิ่มมูลค่าของเงินทุนในระยะยาว โดย AWC มีแผนจะเข้าลงทุนในกิจการเจ้าของทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 14 โครงการ โดยใช้เงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้เพื่อซื้อและพัฒนากิจการ