"เชาว์"ซัด"ธรรมนัส"แจงคดีหนังคนละม้วนกับศาลออสฯ จี้เปิดคำพิพากษาพิสูจน์ความจริง เย้ย"บิ๊กตู่"ตั้งรมต.ขาดจริยธรรมไม่ต่างยุค"ทักษิณ" เชื่อกระทบภาพพจน์รบ.

เมื่อวันที่ 11 ก.ย.นายเชาว์ มีขวด ทนายอาสา อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟสบุ๊ก Chao Meekhuad เรื่อง "มลทินของร.อ.ธรรมนัส คือความมัวหมองของรัฐบาลประยุทธ์ สู่ความมืดมนปฏิรูปการเมือง" ว่า ผมเคยวิจารณ์ร.อ.ธรรมมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯก่อนรับตำแหน่งรัฐมนตรี หลังถูกกล่าวหาคดีพัวพันยาเสพติดที่ออสเตรเลีย แต่อ้างว่าไม่ได้เกิดจากการกระทำผิดในคดีค้ายาเสพติด เพียงแต่ไปอยู่ผิดที่ผิดเวลา ว่า ความผิดที่ต้องติดคุกนาน 8 เดือน ไม่ใช่ความผิดลหุโทษ เพราะนิยามความผิดลหุโทษตามป.อาญามาตรา 102 กำหนดไว้ว่าเป็นความผิดซึ่งต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนี่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ทำให้มีข้อกังขาเกี่ยวกับธรรมาภิบาลของผู้นำรัฐบาลที่ตั้งบุคคลที่มีประวัติเช่นนี้เข้ามาเป็นรัฐมนตรี สะท้อนว่าผู้มีอำนาจไม่ได้คำนึงถึงคุณธรรมจริยธรรมเพียงพอในการแต่งตั้งรัฐมนตรี โดยมีการอ้างกฎหมายไทยว่า ร.อ.ธรรมมนัสไม่ขาดคุณสมบัติที่จะเป็นรัฐมนตรี เท่ากับอ้างกฎหมายแต่ละทิ้งคุณธรรมจริยธรรม ไม่แตกต่างจากกรณีนายทักษิณ ชินวัตร ขายหุ้นไม่เสียภาษี แล้วนายสุวรรณ วลัยเสถียร ออกมาอธิบายว่า ไม่ผิดกฎหมายแต่ไม่ขออธิบายเรื่องจริยธรรม

ล่าสุดมีการนำเสนอรายงานสืบสวนสอบสวนของหนังสือพิมพ์ซิดนีย์มอร์นิงเฮรัลด์ และหนังสือพิมพ์ดิเอจ ของออสเตรเลีย เผยแพร่รายละเอียดในบันทึกคดีของตำรวจและศาลออสเตรเลีย ซึ่งมีเนื้อหาเป็นหนังคนละม้วนกับสิ่งที่ร.อ.ธรรมนัสชี้แจงกับสังคมไทย โดยมีข้อเท็จจริงที่แตกต่างกันอยู่ 3 ประเด็นคือ 1. สื่อออสเตรเลียระบุว่าคดีของร.อ.ธรรมนัสเป็นความผิดฐานสมรู้ร่วมคิดกับแก๊งอาชญากรลักลอบนำเข้าและค้าเฮโรอีน 3.2 กิโลกรัม และชี้แจงว่าเป็นความผิดจากการที่รู้ว่ามียาเสพติดแต่ไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ 2. สื่อออสเตรเลียระบุว่าโทษที่ถูกตัดสินคือโทษจำคุก 4 ปี แต่ร.อ.ธรรมนัสให้ข้อมูลกับสังคมไทยว่าถูกควบคุมตัวเพียงแค่ 8 เดือน และ 3. สื่อออสเตรเลียระบุว่าร.อ.ธรรมนัสถูกเนรเทศในปี 2540 ทันทีที่พ้นโทษ แต่ร.อ.ธรรมนัสกลับบอกว่าหลังพ้นโทษยังใช้ชีวิตอยู่ที่ออสเตรเลียนาน 4 ปี ก่อนจะถูกส่งตัวกลับประเทศไทย เพราะนายกเทศมนตรีนครซิดนีย์ ไม่ต้องการให้คนเอเชียที่ตั้งตัวเป็นกลุ่มก้อนไม่มีที่พักพิงเป็นหลักแหล่งอยู่

นายเชาว์ กล่าวว่า จากข้อมูลทั้ง 2 แหล่งมี 3 ประเด็นที่ไม่ตรงกันโดยสิ้นเชิง ร.อ.ธรรมมนัสและรัฐบาลโดยเฉพาะพล.อ.ประยุทธ์จึงควรทำเรื่องนี้ให้กระจ่างไม่ว่าวิธีพิสูจน์ความจริงด้วยการนำคำพิพากษาศาลออสเตรเลียมาเปิดเผย แทนการชี้แจงด้วยวาจาเหมือนที่กำลังทำอยู่ในเวลานี้ และไม่ควรจบปัญหาง่าย ๆ ด้วยวิธีโยนกันไปมา

“จึงขอเรียกร้องไปยังพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่พูดเสมอว่าตัวเองเป็นคนดีให้ทบทวนบุคคลที่ตัวเองแต่งตั้งว่ามีความเหมาะสมที่จะทำงานในฐานะรัฐมนตรีหรือไม่ หากไม่มีความเหมาะสมก็ควรปรับเปลี่ยน ไม่เช่นนั้นมลทินที่ติดตัวร.อ.ธรรมนัสจะไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่จะแผ่ขยายสร้างความมัวหมองให้รัฐบาลชุดนี้ ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ในฐานะผู้นำรัฐบาลจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ เพราะเป็นผู้แต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีมากับมือ ที่สำคัญการปฏิรูปการเมืองที่ทุกคนเพรียกหามีแต่จะมืดมนลงทุกขณะ” นายเชาว์ กล่าว
///////