เกษตรกรเมืองสกลนคร ปรับพื้นที่เกษตรเชิงเดี่ยว ทำเกษตรผสมผสานบนพื้นที่ดินเค็ม สร้างความสุขอย่างพอเพียง

นายสมศักดิ์ ดงภูยาว เกษตรกร ต.ดงมะไฟ อ.เมือง จ.สกลนคร เปิดเผยว่า เมื่อก่อนตนมีอาชีพรับจ้างทำการประมง แต่ด้วยสภาพภาวะเศรษฐกิจ และความเป็นอยู่ไม่ดีขึ้น จึงได้ตัดสินใจกลับภูมิลำเนาที่จังหวัดสกลนคร เพื่อทำการเกษตร เมื่อปี 2557 แต่ด้วยไม่มีความรู้ด้านการเกษตรเลย มีเพียงที่ดินจำนวน 5 ไร่ 2 งาน ในปีแรกจึงเริ่มต้นด้วยการปลูกข้าวอย่างเดียว ปรากฏว่าขายข้าวได้เพียง 5,000 บาท เนื่องจากไม่มีความรู้อีกทั้งยังประสบปัญหาดินเค็ม ทำให้ได้ผลผลิตไม่ดี

ต่อมาปี 2558 ทางสถานีพัฒนาที่ดินสกลนครได้เข้ามาทำโครงการฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่ดินเค็ม ตนจึงสนใจและเข้าร่วมโครงการพัฒนาพื้นที่ดินเค็ม นอกจากนี้ ตนยังมีความสนใจเรื่อง การปรับเปลี่ยนพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมในการปลูกข้าวมาทำเกษตรแบบผสมผสาน เนื่องจากสอดคล้องกับแนวความคิดของตนที่อยากทำการเกษตรแบบผสมผสานตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงจากในหลวงรัชกาลที่ 9 ทั้งนี้ เมื่อมีการปรับปรุงฟื้นฟูพื้นที่ดินเค็มตามคำแนะนำของกรมพัฒนาที่ดิน ตนจึงได้แบ่งพื้นที่ทำการเกษตรเป็น ปลูกข้าว ไม้ผล ไม้ยืนต้นโตเร็ว พืชผักสวนครัว และขุดคลอง

หลังจากปรับเปลี่ยนพื้นที่จากทำเกษตรเชิงเดี่ยวมาทำเกษตรผสมผสานบนพื้นที่ดินเค็ม ทำให้มีผลผลิตพืชผลทางเกษตรไว้บริโภคในครัวเรือนอย่างเพียงพอแล้ว เหลือก็สามารถจำหน่ายสร้างรายได้เลี้ยงดูครอบครัว ปัจจุบันตนมีรายได้จากการขายผลผลิตทางการเกษตรเฉลี่ย 64,750 บาทต่อปี ซึ่งก็ทำให้ตนอยู่ได้อย่างพอเพียงและมีความสุข