PTT King 10

ดร.บุญรักษ์ ยอดเพ็ชร เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(เลขาธิการกอศ.) เปิดเผยว่า จากพระราขดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีในการดำเนินงานโครงการพัฒนาโรงเรียนพื้นที่ถิ่นทุรกันดารเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนและประชาชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในการดำเนินงานทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้สำนักงานโครงการส่วนพระองค์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินงานในพื้นที่ต่างๆ โดยมีแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารเป็นแนวทางและเป้าหมายทั้งในด้านสุขภาพอนามัยการศึกษาอาชีพสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมประเพณีโดยการดำเนินงานในกิจกรรมต่างๆเน้นการเชื่อมโยงกิจกรรมโครงการต่างๆ เข้าด้วยกัน

เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษากล่าวต่อไปว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)ในฐานะที่เป็นหน่วยงานหลักในการจัดการศึกษาด้านอาชีพ ได้สนองพระราชดำริในโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารมาอย่างต่อเนื่อง โดยมอบหมายให้ศูนย์พัฒนาส่งเสริมประสานงานกิจการนักศึกษาและกิจการพิเศษ(สพก.สอศ.)ดำเนินการ ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาพบว่าสถานศึกษาที่ร่วมสนองพระราชดำริฯ ยังดำเนินการในลักษณะของการสนับสนุนวัสดุ อุปกรณ์เพื่อการประกอบอาชีพที่ขาดความต่อเนื่องและไม่สอดคล้องกับภูมิสังคมของกลุ่มเป้าหมาย ขาดการพัฒนาศักยภาพด้านการตลาดและการบริหารจัดการที่ครบวงจร ทำให้ไม่สามารถพัฒนาสู่ความยั่งยืนได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินงานส่งเสริมอาชีพ ตามพระราชดำริฯ ที่สอดคล้องกับเป้าหมายของแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร
“สอศ. จึงจัด ประชุมเครือข่ายสถานศึกษา ในโครงการพัฒนาอาชีพแก่ เด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารเพื่อชี้แจงสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับกรอบแนวทางการดำเนินงานการส่งเสริมอาชีพตามพระราชดำริฯ แก่สถานศึกษาอาชีวศึกษาที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ชายขอบของประเทศ จำนวน 220 แห่ง ในพื้นที่ ที่มีโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนตั้งอยู่ และเพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และร่วมกันกำหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหาและร่วมกันพัฒนากระบวนการทำงานโครงการตามพระราชดำริ ให้เหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษานั้นๆ และจัดทำแผนการฝึกอบรมอาชีพแก่เด็กและเยาวชน และประชาชนในถิ่นทุรกันดารประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 โดยจัดประชุมเครือข่ายสถานศึกษาเมื่อวันที่ 2-3 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา ณ โรงแรมเมาท์เท่นบีช จังหวัดชลบุรี”ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชรกล่าว

ด้านดร.วัชระ เกิดสิน ประธานศูนย์พัฒนาส่งเสริมประสานงานกิจการนักศึกษาและกิจการพิเศษ(สพก.สอศ.)กล่าวเสริมว่า สอศ.ดำเนินการสนองโครงการตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีมานานแม้ว่าจะไม่มีงบประมาณเป็นการเฉพาะ แต่สอศ.มีโครงการศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชนหรือฟิกซ์ อิท ก็ใช้เป็นเครื่องมือไปเกื้อกูลโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร รร.ตชด.สนองพระมหากรุณาธิคุณไปด้วย โดยยึดหลักบูรณาการอันเป็นนโยบายสอศ.ให้วิทยาลัยสังกัดอาชีวะดำเนินการพร้อมเพรียงกัน เป็นลักษณะจับคู่ดูแล นำองค์ความรู้ทางวิชาการและประสบการณ์ผ่านครูและนักศึกษาอาชีวะเข้าไปสอนอาชีพด้านต่างๆ โดยให้เป็นไปตามความต้องการของรร.ในท้องถิ่นและรร.ตชด.รวมถึงท้องถิ่นด้วยไม่ว่าจะเป็นอาชีพเกษตรกรรม วิชาชีพอื่นๆที่เหมาะสมตามภูมิสังคม โดยเฉพาะอาชีพเกษตรกรรมนักเรียนและครูตชด.สามารถนำองค์ความรู้ไปสร้างผลผลิตได้อาหารที่มีคุณค่าแก่ร่างกายสติปัญญา และสามารถนำไปเป็นอาชีพในอนาคตได้การจัดประชุมในครั้งนี้เป็นการสรุปผลดำเนินการปี2562และทำแผนสนองพระราชดำริในปี2563 ต่อไป

นายวันชัย โตมี ผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีตาก จังหวัดตากหนึ่งในวิทยาลัยสังกัดสอศ.ที่มีรร.ตชด.ในพื้นที่ร่วมส่งเสริมเกื้อกูลสนองแนวพระราชดำริที่มาร่วมประชุมในครั้งนี้กล่าวว่าโครงการสนองงานตามแนวพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีนี้สถานศึกษาสังกัดอาชีวะดำเนินการมานานตั้งแต่โครงการเพื่ออาหารกลางวันเด็กนักเรียนในถิ่นทุรกันดารตามพระราชดำริ เฉพาะอย่างยิ่งเด็กนร.ตชด.พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้านผลิตอาหารทางการเกษตร โดยเฉพาะการปลูกพืชผักและการสร้างแหล่งอาหารโปรตีนเพื่อเป็นอาหารกลางวันเด็กนักเรียน เช่นทรงแนะให้นำชมพู่เพชรไปทดลองปลูกในแต่ละแห่ง มะละกอพันธุ์ฮอลแลนด์ ไปจนถึงการสอนให้ผลิตอาหารปลา อาหารเป็ดอินทรีย์ด้วยวัสดุธรรมชาติที่มีอยู่เช่นหยวกกล้วย ข้าวโพด ข้าวเปลือก ราคาถูก วิทยาลัยเกษตรฯนำองค์ความรู้นี้ไปถ่ายทอดสามารถเอาไปใช้ประโยชน์ได้ในอนาคตหลังจบการศึกษาแล้ว องค์ความรู้ดังกล่าวล้วนเกิดมาจากการน้อมนำศาสตร์พระราชามาเป็นภูมิปัญญานำทางทั้งสิ้น