วันที่ 6 ก.ย. 62 เวลา 17.30 น. ณ ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 1 ฝั่งขาเข้าประเทศ อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย นายนิมิตร แสงอำไพ นายด่านศุลกากรหนองคาย พร้อมเจ้าหน้าที่ศุลกากรหนองคาย ตรวจสอบรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ 4 ประตู ทะเบียน นบ 6668 กำแพงนคร ที่ขับจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าประเทศ โดยมีคนขับเป็นชาย และมีนางอ่อนสี พงสะหวัน อายุ 71 ปี ชาวนครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว นั่งหน้าคู่คนขับ และมีเด็กมาด้วยหนึ่งคน รวม 3 คน

จากการตรวจสอบพบว่าบริเวณที่นั่งด้านหลังมีกระเป๋าสีดำวางอยู่ จึงขอตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่าภายในกระเป๋านั้นมีทองคำแท่ง 6 แท่ง น้ำหนักรวม 6 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท ซึ่งได้ควบคุมตัวทั้งหมดมาสอบสวน เนื่องจากเป็นการกระทำความผิดข้อหาลักลอบนำสินค้าต้องกำกัดเข้ามาในราชอาณาจักร เบื้องต้นนางอ่อนสี พงสะหวัน อายุ 71 ปี ชาวนครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว รับสารภาพว่าเป็นเจ้าของทองคำ ส่วนอีกสองคนแค่มาเป็นเพื่อน

นายนิมิตร แสงอำไพ นายด่านศุลกากรหนองคาย เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ทราบว่ามีขบวนการลักลอบนำทองคำเข้าประเทศโดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร จึงได้เข้มงวดตรวจสอบ โดยการจับกุมขบวนการลักลอบนำทองคำแท่งเข้าประเทศ เคยถูกเจ้าหน้าที่ศุลกากรหนองคายจับกุมได้แล้วสองครั้ง โดยในกรณีนี้ถือเป็นการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 มาตรา 242 ลักลอบนำสิ่งของเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร ซึ่งจะไม่มีโทษปรับ แต่ต้องถูกยึดทองคำและรถยนต์ โดยเจ้าของยินยอมให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรยึดตามกระบวนการ ถือเป็นการสิ้นสุดคดี

จากการสอบสวนนางอ่อนสี ทราบว่า ช่วงนี้ค่าเงินที่ลาวมีราคาต่ำ เมื่อมาขายที่ไทยจะได้ราคาที่สูงกว่า เพราะทองคำที่นำมามีความบริสุทธิ์ 98 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ทองคำในประเทศไทย ความบริสุทธิ์อยู่ที่ 96 เปอร์เซ็นต์ โดยทองคำแท่งทั้งหมดนี้จะนำไปขายที่จังหวัดอุดรธานี แต่ก็มาถูกจับได้เสียก่อน.