หากพูดถึง “หอมแดง” แน่นอนว่าคนไทยหลายคนคงคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เพราะหอมแดงถือเป็นพืชสมุนไพรใกล้ตัวที่มีอยู่เกือบทุกบ้าน เนื่องจากคนไทยนิยมนำหอมแดงมาเป็นส่วนประกอบหนึ่งในการปรุงอาหารอยู่บ่อยๆ เพราะในหอมแดงมีคุณค่าทางสารอาหารสูง และมีประโยชน์รวมถึงมีสรรพคุณช่วยในการบำรุงสุขภาพมากมาย

ด้วยเหตุเหล่านี้ เราจึงได้เห็นการนำหอมแดงไปต่อยอดพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปในรูปแบบต่างๆ โดยหนึ่งตัวอย่างของผลิตภัณฑ์แปรรูปที่ทำจากหอมแดงที่มีความน่าสนใจอย่างยิ่ง ได้แก่ “Blooms Home Fragrance” ผลิตภัณฑ์น้ำหอมเสียบปลั๊กในบ้านที่ผสานคุณประโยชน์จาก สารสกัดหอมแดง และน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ ถือเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปจากหอมแดงที่เป็นฝีมือของคนไทยแท้

โดยเจ้าของผลิตภัณฑ์อย่าง นายอัฐพล ทวีศรี หรือ อัฐ ได้เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์ Blooms มีจุดเริ่มต้นจาก ความสนใจในสมุนไพรของประเทศไทย ก็คือ “หอมแดง” ที่ถูกนำมาใช้เป็นยามาตั้งแต่ในสมัยโบราณ เนื่องจากเป็นที่ทราบกันดีว่าภายในหอมแดงมีสารสำคัญ ที่มีส่วนช่วยในการบรรเทาอาการหวัด คัดจมูก รวมถึงมีฤทธิ์ต้านเชื้อโรคและการอักเสบหากใช้ในปริมาณที่พอเหมาะ ด้วยเหตุนี้จึงได้คิดค้นการนำ “หอมแดง” มาเป็นส่วนประกอบสำคัญของผลิตภัณฑ์ ด้วยคุณประโยชน์ของหอมแดง รวมกับความหอมของน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ ทำให้ผลิตภัณฑ์มีคุณสมบัติช่วยบรรเทาอาการหวัด คัดจมูก ภูมิแพ้ และปวดศีรษะไมเกรนได้ ถือเป็นเจ้าแรกที่นำสารสกัดจากหอมแดงมาใช้ และนำมาทำเป็นน้ำหอมภายในบ้าน

ซึ่งในปัจจุบันจะเห็นว่ามีเพียงไม่กี่เจ้าที่มีการทำผลิตภัณฑ์น้ำมันหอมระเหยชนิดแบบเสียบปลั๊ก เพราะส่วนใหญ่สินค้าประเภทนี้จะเป็นสินค้าจากต่างประเทศที่มีราคาสูง โดยการผลิตน้ำมันหอมระเหยรูปแบบนี้จะสร้างความสะดวกต่อผู้บริโภคมากขึ้น เนื่องจากไม่ต้องคำนึงถึงการเติมน้ำ หรือการใช้ก้านไม้หอมเป็นส่วนใหญ่ ที่สำคัญคือผลิตภัณฑ์ “Blooms Home Fragrance” ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA) ว่าปราศจากแอลกอฮอล์ จึงทำให้เกิดความปลอดภัย สามารถใช้ได้แม้บ้านที่มีเด็กเล็กหรือสัตว์เลี้ยงได้อย่างไร้กังวล โดยปัจจุบันผลิตภัณฑ์ Blooms Home Fragrance ได้ปรุงกลิ่นอย่างพิถีพิถันจนได้ 3 กลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ ได้แก่ Blooms Signature (น้ำมันหอมระเหยที ทรี) Fall in Mint (น้ำมันหอมระเหยไม้กฤษณา) และ Warmth of Love (น้ำมันหอมระเหยวานิลลา)

หากย้อนกลับไปถึงก่อนจุดเริ่มต้นของการทำผลิตภัณฑ์ “Blooms Home Fragrance” แรงบันดาลใจส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะว่าตนเองศึกษาจบมาจาก คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิทยาศาสตร์อุตสาหการและการจัดการ วิชาเอกเคมีประยุกต์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งถือเป็นหลักสูตรอินเตอร์ด้านวิทยาศาสตร์สาขาแรกๆ ของประเทศไทย ที่นำความรู้ทางด้านบริหารและการจัดการเข้ารวมกับวิทยาศาสตร์ได้อย่างลงตัว ด้วยการเรียนการสอนแบบ SCI+BUSINESS ที่เน้นการผสมผสานความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีสมัยใหม่ และการบริหารธุรกิจเข้าด้วยกันจนสามารถต่อยอดเป็นธุรกิจหรืออาชีพที่ทำเงินได้ในอนาคต

“การเรียนคณะวิทย์ในบางครั้งเราอาจคิดว่าโลกของธุรกิจนั้นเป็นสิ่งที่ห่างไกลจากชาวคณะวิทย์มาก เนื่องจากเราอาจจะมองเห็นภาพแค่เพียงด้านเดียวซึ่งนั่นก็คือทฤษฏีต่างๆ แต่หากเราลองปรับทัศนคติแล้วพยายามใช้ความรู้ต่าง ๆ ที่ได้รับมานั้นมาประยุกต์ใช้ เราจะเห็นได้ว่าธุรกิจเป็นสิ่งที่ไม่ไกลตัว สำหรับคณะวิทย์แล้วการสร้างธุรกิจเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นง่าย เนื่องจากเราสามารถเป็นผู้คิดค้นขึ้นมาเองได้” อัฐพล กล่าว

สำหรับใครที่สนใจอยากเรียนหลักสูตรวิทยาศาสตรอุตสาหการและการจัดการหลักสูตรนานาชาติ (Industrial Science and Management International Program) หรือ ISC ตลอดจนสาขาและหลักสูตรอื่นๆของ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มธ. สามารถดูรายละเอียดได้ที่ www.sci.tu.ac.th หรือเฟซบุ๊กแฟนเพจ www.facebook.com/ScienceThammasat