นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊กระบุว่า...

สถานการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศทวีมีความน่าเป็นห่วงขึ้นเรื่อยๆ ตัวเลขทางเศรษฐกิจทุกตัวส่งสัญญาณอันตรายให้เห็นแล้ว ได้แก่ (1) หนี้ครัวเรือนที่สูงถึง 12.98 ล้านล้านบาท หรือสูงเท่ากับ 78.7 % ของจีดีพี (2) กำลังซื้อในประเทศหดตัวดูจากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มที่ติดลบ 9.1% (3) อัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง (4) อัตราความเหลื่อมล้ำของไทยสูงที่สุดในโลก และ (5) รัฐบาลจัดเก็บภาษีได้ต่ำกว่าประมาณการมาตลอด 5 ปี

แต่ที่ทำให้คนสิ้นหวังคือรัฐบาลได้ใช้ทั้งเงินและทรัพยากรที่มีอยู่เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการกู้เงินมาชดเชยงบประมาณด้วยจำนวนที่สูงที่สุด แถมยังสั่งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเอาเงินสะสมที่มีประมาณ 600,000 ล้านบาทออกมาใช้ ส่วนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจก็ทำถึงขั้นแจกเงินแล้วแต่สถานการณ์ก็ไม่ดีขึ้น หากเปรียบเป็นการรักษาพยาบาลคือยาที่ให้ไปไม่ได้ผล หากไม่เปลี่ยนวิธีรักษาหรือเปลี่ยนหมอก็จองวัดรอสวด

ปัจจัยภายนอกที่มาซ้ำเติมไม่ว่าจะเป็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนทำให้เศรษฐกิจโลกหดตัว ต่อด้วยภัยแล้งและน้ำท่วมที่นอกจากจะทำให้รัฐบาลต้องเสียงบประมาณเพื่อดูแลพี่น้องประชาชนแล้ว ยังส่งผลต่อกำลังการผลิตของชาวไร่ชาวนาทำให้พี่น้องเกษตรกรที่ยากจนอยู่แล้วต้องลำบากมากขึ้น ส่วนรัฐบาลก็หมดปัญญาในการแก้ไขโดยล่าสุดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกมายอมรับเองว่า เหตุที่ผลงานรัฐบาลไม่คืบหน้าทำได้ไม่เต็มที่เพราะมีพรรคร่วมรัฐบาลมากต้องผสมนโยบายกันอันเป็นผลพวงมาจากรัฐธรรมนูญ

จึงขอเรียกร้องมายังพลเอกประยุทธ์ให้ยอมรับเถิดว่า ปัญหาของประเทศโดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจขณะนี้เกินกำลังสติปัญญาของท่านจะแก้ไขแล้ว ผลงานที่ผ่านมา 5 ปีคือหลักฐาน หากรักชาติอย่างที่ปากพูดก็ควรถอยยอมให้ประชาชนได้เลือกคนเก่งเข้ามาแก้ไขปัญหาบ้านเมือง เปิดทางให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ประชาชนได้ออกแบบกติกาของประเทศเอง เลิกเอาเปรียบทางการเมืองจนคนตราหน้าว่าทหารไทยในชีวิตไม่เคยสู้กับใครบนกติกาที่เป็นธรรม ที่เอาชนะมาได้ก็ด้วยการโกงหรือเอาเปรียบ เสียชาติเกิดครับ