เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 2 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงาน พล.ต.ท.อําพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.จ.นนทบุรี และ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดอรินทราชได้เดินทางไปรับตัว นายมูฮัมมัดอิลฮัม สะอิ หรือ นายแบลี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาในคดีระเบิดป่วนกรุง จากกองบิน 3 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ดอนเมือง) เพื่อนำตัวมาส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ทำการสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับ หลังก่อนหน้านี้นายมูฮัมมัดอิลฮัม ได้ถูกเจ้าหน้าที่ทหารจับกุมตัวไว้ได้ที่ด่านสุไหงโกลก เมื่อวันที่ 5 ส.ค. ที่ผ่านมา

ทั้งนี้เมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดอรินทราชได้นำตัวนายมูฮัมมัดอิลฮัม เดินทางถึงยังกองบังคับการปราบปรามฯ ทางพล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. จึงได้สั่งการให้ พ.ต.อ.วิจักขณ์ จัดกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษ กก.สนับสนุน บก.ป. จำนวน 10 นาย เฝ้ารักษาความปลอดภัยพื้นที่ดังกล่าว ในช่วงที่มีการส่งมอบตัวก่อนจะรีบนำตัวขึ้นไปทำการสอบสวนยังห้องสำนักงานผู้บังคับการกองปราบปรามฯ โดยมี พล.ต.ท.อําพล พร้อมด้วย พล.ต.ต.จิรภพ , พล.ต.ต.ไพศาล ,พ.ต.อ.สมควร พึ่งทรัพย์ รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.วิจักขณ์ ,พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. ร่วมทำการสอบปากคำผู้ต้องหารายนี้ พร้อมกับได้ให้แพทย์จาก รพ.ตำรวจ ร่วมทำการตรวจร่างกายผู้ต้องหาก่อนทำการสอบสวนและดำเนินการตามกฎหมาย

สำหรับการจับกุมตัวนายมูฮัมมัดอิลฮัม สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีดังกล่าวได้สืบทราบว่า นายมูฮัมมัดอิลฮัม นั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุวางระเบิดที่บริเวณริมถนนหน้าป้ายสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ถนนศรีสมาน ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ซึ่งจากแนวทางการสืบสวนพบว่าเป็นผู้ทำหน้าที่ในการนำระเบิดไปส่งมอบให้กับผู้ร่วมขบวนการนำไปก่อเหตุดังกล่าว ก่อนหลบหนีลงพื้นที่ภาคใต้และเตรียมการจะหลบหนีข้ามไปยังประเทศมาเลเซีย กระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองด่านสุไหงโกลก ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารจับกุมตัวไว้ได้ดังกล่าว จากนั้นเจ้าหน้าที่ทหารจึงได้นำตัวไปทำการซักถามจนสิ้นข้อสงสัย จนมีการออกหมายจับจากศาลอาญาตามมา จึงได้นำตัวมาส่งมอบให้กับทางพนักงานสอบสวนกองปราบดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย
อย่างไรก็ตามจากการจับกุมตัวนายมูฮัมมัดอิลฮัม ผู้ต้องหารายนี้ เป็นคนล่าสุด เท่ากับว่าขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวไปแล้วรวมเป็นจำนวน 3 ราย จากเดิมที่จับกุมตัวได้ก่อนหน้านี้จำนวน 2 ราย