สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงอย่างหนักในการซื้อขายวันอังคารที่ 4 สิงหาคม โดยดิ่งแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์ หลังตลาดคลายความกังวลต่อสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง จากสัญญาณเชิงบวกเกี่ยวกับการเจรจาระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ซึ่งอาจนำไปสู่การเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือบรรทุกน้ำมันกลับมาสัญจรได้ตามปกติ
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนกันยายน ลดลง 4.57 ดอลลาร์ หรือ 5.69% ปิดที่ 75.77 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนตุลาคม ลดลง 4.41 ดอลลาร์ หรือ 5.26% ปิดที่ 79.36 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ทั้งน้ำมันดิบ WTI และน้ำมันดิบเบรนท์ต่างปรับตัวลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์ หลังนักลงทุนประเมินว่าความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันโลกอาจผ่อนคลายลง หากการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านประสบความสำเร็จ
แรงกดดันต่อราคาน้ำมันเกิดขึ้นหลังจาก สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ และอิหร่านมีโอกาสบรรลุข้อตกลงได้ภายในวันอังคารหรือวันพุธ ซึ่งจะนำไปสู่การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง พร้อมรับประกันเสรีภาพในการเดินเรือของเรือพาณิชย์
นักวิเคราะห์มองว่า หากช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดใช้งานได้อย่างเต็มรูปแบบ จะช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของการขนส่งน้ำมันจากภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญของการส่งออกน้ำมันโลก และส่งผลให้แรงซื้อเพื่อป้องกันความเสี่ยงในตลาดน้ำมันลดลง จนกดดันให้ราคาน้ำมันปรับตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ.








