สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงมากกว่า 5% ในการซื้อขายวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม 2569 หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยว่าได้ยกเลิกแผนการโจมตีอิหร่าน พร้อมยืนยันว่าสหรัฐฯ อยู่ระหว่างการเจรจากับอิหร่าน แม้ฝ่ายอิหร่านจะออกมาปฏิเสธก็ตาม ส่งผลให้นักลงทุนคาดการณ์ว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจคลี่คลาย และอุปทานน้ำมันจากภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนกันยายน ปรับตัวลดลง 4.33 ดอลลาร์ หรือ 5.11% ปิดที่ระดับ 80.34 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนตุลาคม ลดลง 4.16 ดอลลาร์ หรือ 4.73% ปิดที่ 83.77 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
แรงกดดันต่อราคาน้ำมันเกิดขึ้นหลังจากทรัมป์เปิดเผยว่า เขาได้ตัดสินใจยกเลิกปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน ภายหลังอิหร่านและหลายประเทศในตะวันออกกลางร้องขอให้สหรัฐฯ ชะลอการใช้กำลังออกไป เนื่องจากทุกฝ่ายสามารถบรรลุข้อตกลงในหลักการได้แล้ว
ข้อตกลงดังกล่าวครอบคลุมถึงการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบและทันที ซึ่งถือเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก รวมถึงการยุติภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน หากสามารถดำเนินการได้จริง จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นด้านอุปทานน้ำมันในตลาดโลก และลดความเสี่ยงจากปัญหาการขนส่งน้ำมันผ่านอ่าวเปอร์เซีย
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังยืนยันว่า สหรัฐฯ ยังคงเดินหน้าเจรจากับอิหร่าน แม้ว่าทางการอิหร่านจะออกมาปฏิเสธว่าการเจรจาดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นก็ตาม ทำให้ตลาดยังคงติดตามพัฒนาการของสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลต่อทิศทางราคาน้ำมันและตลาดพลังงานโลกในระยะต่อไป.








