ราคาน้ำมันดิบในตลาดนิวยอร์กมีแนวโน้ม เคลื่อนไหวในกรอบ "ทรงตัวถึงปรับขึ้น" (Sideways to Bullish) ก่อนเปิดการซื้อขายวันที่ 3 สิงหาคม 2569 โดยแรงหนุนหลักยังมาจากความกังวลด้านอุปทานจากตะวันออกกลาง หลังสถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซและช่องแคบบับเอลมันเดบยังคงตึงเครียด ส่งผลให้ตลาดให้น้ำหนักกับความเสี่ยงด้านการขนส่งน้ำมันมากกว่าประเด็นสงครามเพียงอย่างเดียว
ปัจจัยบวกที่หนุนราคาน้ำมัน
1. ความเสี่ยงด้านการขนส่งยังเป็นแรงหนุนสำคัญที่สุด
แม้ตลาดจะเริ่มชินกับข่าวความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและฝ่ายตรงข้าม แต่สิ่งที่นักลงทุนจับตาคือผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันจริง โดยรายงานที่ระบุว่าเรือบรรทุกน้ำมันบางส่วนถูกสกัดหรือเปลี่ยนเส้นทางระหว่างผ่านช่องแคบฮอร์มุซ สะท้อนว่าความเสี่ยงต่ออุปทานยังไม่คลี่คลาย
ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันราว 20% ของปริมาณการค้าน้ำมันโลก หากการเดินเรือยังถูกจำกัด จะเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาน้ำมันต่อเนื่อง
2. ผลตอบแทนเดือนกรกฎาคมแข็งแกร่ง
WTI ปรับขึ้น 21%
Brent ปรับขึ้น 24%
ถือเป็นการปรับขึ้นรายเดือนที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม สะท้อนว่าแรงซื้อจากกองทุนและนักลงทุนสถาบันยังอยู่ในตลาด
3. ความเสี่ยงลุกลามสู่เส้นทางขนส่งสำรอง
นอกจากช่องแคบฮอร์มุซแล้ว กลุ่มฮูตีในเยเมนยังข่มขู่การเดินเรือบริเวณช่องแคบบับเอลมันเดบ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญของการส่งออกน้ำมันจากซาอุดีอาระเบียและประเทศผู้ผลิตในตะวันออกกลาง ทำให้ความเสี่ยงด้านอุปทานยังอยู่ในระดับสูง
ปัจจัยที่อาจจำกัดการปรับขึ้น
แม้จะมีข่าวอิหร่านสกัดเรือบรรทุกน้ำมัน แต่ข้อมูลติดตามเรือของ Kpler พบว่า
เรือ VLCC จำนวน 2 ลำยังสามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้
ยังมีเรือสินค้าเดินเรือผ่านช่องแคบบับเอลมันเดบ
แสดงให้เห็นว่าการขนส่งยังไม่ได้หยุดชะงักทั้งหมด ส่งผลให้ตลาดอาจยังไม่ไล่ซื้อรุนแรงเหมือนช่วงแรกของวิกฤต
อีกทั้งนักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่า ตลาดเริ่มตอบสนองต่อ "ข้อมูลการเดินเรือจริง" มากกว่าข่าวการสู้รบ หากยังมีเรือผ่านได้ ราคาน้ำมันอาจปรับขึ้นในวงจำกัด
สิ่งที่ต้องติดตามก่อนตลาดเปิด
นักลงทุนจะติดตามอย่างใกล้ชิด
- จำนวนเรือบรรทุกน้ำมันที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
- ความเคลื่อนไหวของกองกำลังอิหร่าน
- การคุกคามของกลุ่มฮูตีบริเวณทะเลแดง
- ความคืบหน้าของการส่งออกน้ำมันจากประเทศผู้ผลิตในตะวันออกกลาง
หากมีรายงานว่าเรือถูกสกัดเพิ่มขึ้นหรือปริมาณการเดินเรือลดลง ราคาน้ำมันมีโอกาสปรับขึ้นต่อได้ทันที
แนวโน้มทางเทคนิค
หลัง WTI ปิดที่ 84.67 ดอลลาร์/บาร์เรล ถือว่ายังรักษาโมเมนตัมเชิงบวกได้
- แนวรับ: 84.00–84.20 ดอลลาร์/บาร์เรล
- แนวต้านแรก: 85.20–85.50 ดอลลาร์/บาร์เรล
- แนวต้านถัดไป: 86.00 ดอลลาร์/บาร์เรล
หากสามารถยืนเหนือ 85 ดอลลาร์ได้อย่างมั่นคง มีโอกาสเห็นแรงซื้อจากกองทุนกลับเข้ามาเพิ่มเติม
ก่อนเปิดตลาดวันที่ 3 สิงหาคม 2569 ราคาน้ำมันดิบ WTI มีแนวโน้ม แกว่งตัวในแดนบวกถึงทรงตัว (Sideways Up) โดยได้รับแรงหนุนจากความกังวลเกี่ยวกับการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซและช่องแคบบับเอลมันเดบ ซึ่งยังเป็นปัจจัยเสี่ยงต่ออุปทานโลก อย่างไรก็ตาม การที่ยังมีเรือบรรทุกน้ำมันสามารถเดินทางผ่านเส้นทางดังกล่าวได้ ทำให้แรงซื้ออาจไม่รุนแรงเท่าช่วงเริ่มต้นของวิกฤต ส่งผลให้ตลาดมีแนวโน้มปรับขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป เว้นแต่จะมีเหตุการณ์ใหม่ที่กระทบการขนส่งน้ำมันอย่างมีนัยสำคัญในช่วงก่อนเปิดตลาด.








