ผลการจัดอันดับเมืองใหญ่ที่มีมลพิษทางอากาศสูงที่สุดของโลก ประจำวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ช่วงเวลา 06.00-07.00 น. พบว่า กินชาซา เมืองหลวงของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (คองโก-กินชาซา) ครองอันดับ 1 ของโลก ด้วยค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) อยู่ที่ 184 ซึ่งอยู่ในระดับที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ
อันดับ 2 เป็น จาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย มีค่า AQI อยู่ที่ 175 ขณะที่ กัมปาลา ประเทศยูกันดา รั้งอันดับ 3 ด้วยค่า AQI 165
ส่วนอันดับ 4 ได้แก่ พอร์ตแลนด์ สหรัฐอเมริกา มีค่า AQI 163 และอันดับ 5 คือ ลาฮอร์ ประเทศปากีสถาน มีค่า AQI 162 สะท้อนให้เห็นว่าหลายเมืองทั่วโลกยังคงเผชิญปัญหามลพิษทางอากาศในระดับที่น่ากังวล
สำหรับการจัดอันดับเมืองที่มีมลพิษทางอากาศสูงที่สุดของโลก วันที่ 5 สิงหาคม 2569 เวลา 06.00-07.00 น. มีดังนี้
กินชาซา, คองโก-กินชาซา AQI 184
จาการ์ตา, อินโดนีเซีย AQI 175
กัมปาลา, ยูกันดา AQI 165
พอร์ตแลนด์, สหรัฐอเมริกา AQI 163
ลาฮอร์, ปากีสถาน AQI 162
คูเวตซิตี, คูเวต AQI 157
เดลี, อินเดีย AQI 148
ริยาด, ซาอุดีอาระเบีย AQI 128
โดฮา, กาตาร์ AQI 126
มานามา, บาห์เรน AQI 124
ทั้งนี้ ค่า AQI (Air Quality Index) เป็นดัชนีที่ใช้ประเมินคุณภาพอากาศและผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเมื่อค่า AQI สูงขึ้น ย่อมหมายถึงระดับมลพิษที่เพิ่มขึ้นและความเสี่ยงต่อสุขภาพที่มากขึ้น ประชาชนในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นละอองและมลพิษสูงควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง สวมหน้ากากป้องกันฝุ่น PM2.5 และติดตามรายงานคุณภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง
คำแนะนำสำหรับประชาชน
- ตรวจสอบค่า AQI และค่าฝุ่น PM2.5 ก่อนออกจากบ้าน
- สวมหน้ากากที่สามารถกรองฝุ่น PM2.5 ได้ เช่น N95 เมื่ออยู่กลางแจ้ง
- ลดระยะเวลาทำกิจกรรมกลางแจ้ง โดยเฉพาะช่วงที่ค่ามลพิษอยู่ในระดับสูง
- ปิดประตูและหน้าต่าง หรือใช้เครื่องฟอกอากาศภายในอาคารหากอยู่ในพื้นที่ที่มีมลพิษต่อเนื่อง
- เด็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วยโรคหัวใจหรือโรคทางเดินหายใจ ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสอากาศที่มีมลพิษเป็นเวลานาน
- หากมีอาการผิดปกติ เช่น ไอ แน่นหน้าอก หายใจลำบาก หรือแสบตา ควรรีบพบแพทย์








