ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดในแดนบวกเมื่อวันพุธที่ 15 กรกฎาคม โดยดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 150 จุด หลังสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่ชะลอตัวลงมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ส่งผลให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ และเพิ่มความหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะถัดไป ขณะเดียวกัน ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียนยังเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุน
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 52,658.64 จุด เพิ่มขึ้น 150.37 จุด หรือ 0.29%
ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,572.40 จุด เพิ่มขึ้น 28.81 จุด หรือ 0.38%
ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,269.23 จุด เพิ่มขึ้น 162.22 จุด หรือ 0.62%
ด้านข้อมูลเศรษฐกิจ กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อในภาคการผลิต ปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.5% ในเดือนมิถุนายน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 6.2% และชะลอลงจากระดับ 6.0% ในเดือนพฤษภาคม
ขณะที่ดัชนี PPI พื้นฐาน (Core PPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 4.7% เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 5.2% หลังจากเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้น 4.6%
ตัวเลขเงินเฟ้อภาคผู้ผลิตที่ออกมาต่ำกว่าคาด ช่วยให้นักลงทุนประเมินว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้ออาจเริ่มผ่อนคลาย ส่งผลให้โอกาสที่เฟดจะเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและบริษัทที่รายงานผลประกอบการแข็งแกร่ง








