ตลาดหุ้นเอเชีย-แปซิฟิกเปิดตลาดปรับตัวขึ้นในวันนี้ (15 ก.ค.) เคลื่อนไหวตามทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ปิดบวกในวันก่อนหน้า หลังหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ปรับตัวขึ้นแรง จากแรงหนุนของตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือนมิ.ย. ที่ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้
โดยดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.4% ขณะที่ดัชนีโคสปีตลาดหุ้นเกาหลีใต้เปิดพุ่งขึ้น 3.3% ท่ามกลางความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่เพิ่มขึ้น หลังตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจมีแนวโน้มผ่อนคลายนโยบายการเงินในระยะต่อไป
ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังจับตาความเคลื่อนไหวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ หลังออกมาโพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์เมื่อวันที่ 14 ก.ค. ประกาศยกเลิกค่าธรรมเนียม 20% ที่เรียกเก็บจากเรือที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นมาตรการที่มีเป้าหมายเพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายของสหรัฐฯ ในภารกิจรักษาความปลอดภัยบริเวณช่องแคบดังกล่าว
ทรัมป์ระบุว่า การตัดสินใจยกเลิกค่าธรรมเนียมดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากหารือกับผู้นำประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเปลี่ยนแนวทางไปสู่ข้อตกลงด้านการค้าและการลงทุนครั้งใหญ่ ซึ่งประเทศต่าง ๆ ในกลุ่มอ่าวอาหรับจะเข้ามาลงทุนในสหรัฐฯ แทน
ด้านสำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า เควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) แสดงความเชื่อมั่นว่า ปัญหาเงินเฟ้อจะกลายเป็นเรื่องในอดีต ขณะที่การลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว จะเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ
ทั้งนี้ วอร์ชมีกำหนดกล่าวแถลงการณ์รอบครึ่งปีเกี่ยวกับนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ ต่อสภาคองเกรสในสัปดาห์นี้ โดยจะเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรในวันอังคาร และต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาในวันพุธ ซึ่งทั้งสองการแถลงมีกำหนดเริ่มเวลา 10.00 น. ตามเวลาสหรัฐฯ หรือ 21.00 น. ตามเวลาไทย
ก่อนหน้านี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ประจำเดือนมิ.ย. พบว่า ดัชนี CPI ทั่วไป ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.5% เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 3.8% และชะลอตัวจากเดือนพ.ค. ที่อยู่ระดับ 4.2%
การชะลอตัวของเงินเฟ้อดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากราคาพลังงานที่ปรับลดลง ซึ่งช่วยลดแรงกดดันด้านราคาที่เคยเร่งตัวขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน สถาบันภูเขาไฟวิทยาและแผ่นดินไหววิทยาแห่งฟิลิปปินส์ เปิดเผยว่า เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.5 แมกนิจูด บริเวณนอกชายฝั่งจังหวัดดาเวาอ็อกซิเดนตัล ทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 14 ก.ค.
รายงานระบุว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดจากการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลก เกิดขึ้นเมื่อเวลา 23.49 น. ตามเวลาท้องถิ่น มีความลึกประมาณ 10 กิโลเมตร โดยศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากชายฝั่งเกาะบาลุตไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 104 กิโลเมตร
อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหาย ผู้เสียชีวิต หรือผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว
ด้านสถานการณ์โรคระบาด ทางการสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก เปิดเผยว่า จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสอีโบลาที่ยืนยันแล้ว เพิ่มขึ้นทะลุ 2,000 ราย อยู่ที่ 2,011 ราย และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 754 ราย
การแพร่ระบาดของโรคอีโบลาได้ขยายวงไปยัง 5 จังหวัด ได้แก่ อิตูรี นอร์ทคิวู เซาท์คิวู โอต์อูเอเล และโชโป โดยจังหวัดอิตูรียังคงเป็นพื้นที่ศูนย์กลางของการระบาดในปัจจุบัน
ขณะนี้มีผู้ป่วยที่รักษาหายแล้ว 366 ราย ขณะที่อีก 753 ราย ยังคงอยู่ระหว่างการแยกกักตัวและรับการรักษา
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญที่ต้องติดตามในวันนี้ (15 ก.ค.) ได้แก่ เกาหลีใต้เปิดเผยอัตราว่างงานเดือนมิ.ย. ญี่ปุ่นเปิดเผยยอดสั่งซื้อเครื่องจักรเดือนพ.ค.
ส่วนจีนเตรียมเปิดเผยข้อมูลสำคัญหลายรายการ ได้แก่ ราคาบ้านเดือนมิ.ย. ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/2569 การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนมิ.ย. ยอดค้าปลีกเดือนมิ.ย. การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรเดือนมิ.ย. และอัตราว่างงานเดือนมิ.ย.
ขณะที่สหภาพยุโรปเตรียมเปิดเผยข้อมูลการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ค. ธนาคารกลางแคนาดาประกาศอัตราดอกเบี้ย และสหรัฐฯ เตรียมเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนมิ.ย. ดัชนีภาคการผลิตเอ็มไพร์สเตทเดือนก.ค. สต็อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ รวมถึงรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือเบจบุ๊ก จากธนาคารกลางสหรัฐฯ
#หุ้นเอเชีย #ตลาดหุ้นวันนี้ #เศรษฐกิจโลก #เฟด #เงินเฟ้อสหรัฐ #ทรัมป์ #หุ้นสหรัฐ #AI #เศรษฐกิจสหรัฐ #ข่าวเศรษฐกิจ #ตลาดการเงิน #ฮอร์มุซ #แผ่นดินไหวฟิลิปปินส์ #อีโบลา








