ที่สนาม เมอร์เซเดส-เบนซ์ สเตเดียม, แอตแลนตา คืนวันที่ 15 ก.ค.69 ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบรองชนะเลิศ ระหว่างทีมชาติ "อังกฤษ" พบกับทีมชาติ "อาร์เจนตินา" เริ่มเกมการแข่งขันเปิดฉากเกมมาอย่างดุเดือด ทั้งสองฝ่ายเข้าปะทะหนักและตัดเกมด้วยการทำฟาวล์หลายครั้ง ส่งผลให้เกมหยุดชะงักเป็นระยะ และยังต่อบอลกันไม่ค่อยติด
นาทีที่ 20 แฮร์รี่ เคน ถ่ายบอลออกทางขวาให้ มอร์แกน โรเจอร์ส รอจังหวะให้ รีซ เจมส์ เติมขึ้นมาก่อนเปิดเข้ากลาง แต่ เอมิเลียโน่ มาร์ตีเนซ ล้มตัวรับไว้ได้ไม่ยาก
นาทีที่ 33 อังกฤษได้ฟรีคิกทางฝั่งซ้าย เดแคลน ไรซ์ เปิดไปเสาสองให้ จอห์น สโตนส์ ขึ้นโหม่งกดลงพื้น บอลหลุดเสาสองออกไป จากนั้นอีก 3 นาที เจด สเปนซ์ ใช้ความขยันไล่แย่งบอลจาก จูเลียโน่ ซิเมโอเน่ ก่อนอังกฤษจะครองบอลต่อและเรียกฟาวล์ได้ ไรซ์เปิดกึ่งยิงกึ่งผ่านเข้าหน้าประตู แต่ มาร์ตีเนซ ยังออกมาชกบอลทิ้งได้ทัน
เกมยังเข้มข้น นาทีที่ 37 เอลเลียต แอนเดอร์สัน กลายเป็นผู้เล่นคนแรกที่ได้รับใบเหลือง หลังทำฟาวล์ ลิโอเนล เมสซี่ ซึ่งกำลังลากบอลฝ่าผู้เล่นอังกฤษถึง 3 คนบริเวณกลางสนาม
ช่วงท้ายครึ่งแรก เมสซี่ยิงไกลติดบล็อก บอลมาเข้าทาง เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ ซัดจากระยะประมาณ 25 หลา แต่บอลเหินข้ามคาน จบครึ่งแรก ทั้งสองทีมยังเสมอกัน 0-0
กลับมาครึ่งหลังเพียง 2 นาที อาร์เจนตินาได้ลุ้นถึง 2 ครั้งติดต่อกันจาก ฮูเลี่ยน อัลวาเรซ แต่ยังไม่ผ่านมือ จอร์แดน พิคฟอร์ด
อย่างไรก็ตาม นาทีที่ 55 อังกฤษขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ มอร์แกน โรเจอร์ส เปิดบอลจากฝั่งขวาไปเสาสอง และเป็น แอนโธนี่ กอร์ดอน แปด้วยเท้าขวาระยะเผาขนส่งบอลเข้าประตูไป
หลังเสียประตู อาร์เจนตินาเร่งเกมบุกทันที อีก 3 นาที จูเลียโน่ ซิเมโอเน่ กระชากบอลเข้าเขตโทษจนเกือบหลุดเดี่ยวกับ พิคฟอร์ด แต่ เจด สเปนซ์ สไลด์สกัดออกหลังได้ทัน เสียเพียงลูกเตะมุม นาทีที่ 60 เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ ลองยิงไกล แต่บอลข้ามคานออกไป
นาทีที่ 65 รีซ เจมส์ ไหลบอลคืนหลังให้ เดแคลน ไรซ์ ยิงไกลจากแถวสอง บอลพุ่งเรียดแต่เบาเข้ามือ มาร์ตีเนซ ส่วนในนาทีที่ 68 เมสซี่เปิดบอลจากฝั่งขวาเข้าเขตโทษให้ นีโก้ กอนซาเลซ โหม่งกดลงพื้น แต่ พิคฟอร์ด ยังปัดออกไปได้อย่างยอดเยี่ยม
อาร์เจนตินาเกือบตีเสมอในนาทีที่ 76 เมื่อ โรดรีโก้ เด ปอล เปิดบอลจากฝั่งขวาเข้าเขตโทษให้ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ โหม่งเต็มศีรษะ บอลพุ่งชนเสาอย่างจัง ก่อนที่จังหวะต่อมา แม็ค อัลลิสเตอร์ จะได้โหม่งอีกครั้ง แต่ยังติดเซฟของ พิคฟอร์ด
เข้าสู่ช่วง 10 นาทีสุดท้าย อาร์เจนตินาส่ง เลาตาโร่ มาร์ตีเนซ ลงสนามแทน นิโกลัส ตายาฟีโก้ แบ็กซ้าย เพื่อเพิ่มเกมรุกเต็มกำลัง
ความพยายามของแชมป์เก่ามาประสบผลในนาทีที่ 86 จากจังหวะต่อเนื่องหลังลูกเตะมุม เมสซี่ไหลบอลเข้ากลางให้ เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ ซัดเต็มข้อจากระยะประมาณ 20 หลา บอลพุ่งเสียบเสาซ้ายอย่างสวยงาม ส่งให้อาร์เจนตินาตามตีเสมอ 1-1
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 90+2 อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ ยิงในเขตโทษ บอลพุ่งชนเสาขวา ก่อนที่ เจด สเปนซ์ จะพยายามสไลด์เคลียร์แต่ไม่โดน ลิโอเนล เมสซี่ ตามไปเก็บบอลได้ ก่อนเปิดด้วยเท้าขวาข้างไม่ถนัดไปที่เสาสอง และเป็น เลาตาโร่ มาร์ตีเนซ โหม่งแบบไร้ตัวประกบส่งบอลเข้าประตูอย่างเด็ดขาด ให้อาร์เจนตินาแซงนำ 2-1
จบเกม อาร์เจนตินา แชมป์เก่า พลิกแซงเอาชนะ อังกฤษ 2-1 ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2026 พบกับ สเปน ในวันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม ส่วน อังกฤษ จะลงเล่นรอบชิงอันดับ 3 พบกับ ฝรั่งเศส ในวันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม
#อาร์เจนตินา #อังกฤษ #ฟุตบอลโลก2026 #ฟุตบอลโลก #อาร์เจนตินาพบอังกฤษ #เลาตาโร่มาร์ตีเนซ #ลิโอเนลเมสซี่ #สเปน #ผลบอล #ข่าวฟุตบอล #ฟุตบอลต่างประเทศ #ผลบอลวันนี้








