บอย อินชัวร์
ลั่นระฆัง!เปิดแล้วสำหรับ MDRT Thailand ที่นำพาทัพเหล่าบรรดาสมาชิกนักขายคนไทยเข้าร่วมสร้างความประทับใจบนเวทีโลก ในงาน MDRT Global Conference 2026 ณ นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ระหว่างวันที่ 23–26 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมนานาชาติซิดนีย์ (ICC Sydney) ท่ามกลางสมาชิก MDRT จากทั่วโลกได้มารวมตัวกันในงาน MDRT Global Conference 2026 ซึ่งเวทีนี้ซึ่งเป็นเวทีแห่งการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบวิชาชีพด้านการประกันชีวิตและการให้คำปรึกษาทางการเงินในระดับสากล
หนึ่งในภาพที่ดูเป็นความประทับใจของปีนี้ คือพลังของสมาชิก MDRT Thailand กว่า 1,000 คน ที่พร้อมใจกันสวมใส่ ชุดไทยประจำชาติ เข้าร่วมพิธีเปิดงานอย่างสง่างาม ที่นำทีมโดย "รัฐพร สังคนนท์" ประธาน MDRT Thailand ท่ามกลางตัวแทนจากหลากหลายประเทศทั่วโลก ไม่เพียงสร้างสีสันและความประทับใจสู่สายตานักขายMdrt นานาขาติ แต่ยังเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญในการเผยแพร่ความงดงามของวัฒนธรรมไทยสู่สายตานานาชาติ
ที่น่าทึ่งสุดประทับใจคงเป็นภายในงานได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงของบริษัทประกันชีวิตของไทยที่พากันเดินทางมาร่วมส่งกำลังใจให้เหล่าสมาชิกนักขาย MDRT ไม่ว่าจะเป็นบอสใหญ่และบอสน้อยอาทิ"เคียน ฮิน ลิม" ผู้จัดการใหญ่, "ชออี ทานร์" รองผู้จัดการใหญ่ และ Chief Strategy and Innovation Officer, "จัน เฮา ชอง" ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ และ Chief Proposition Officer บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรืออย่าง"กฤช ธีรสุข" Chief agency officer บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)
ตลอดจนที่ไม่พลาดงานนี้อย่างค่ายยักษ์ใหญ่ที่นำทัพโดยซีเอโอ"อลิสา สิมะโรจน์" ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายตัวแทนประกันชีวิต (Chief Agency Officer - CAO)ที่มาพร้อมกับ"กันยา กันตถาวร" ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารการตลาดและสื่อสารตัวแทน แห่งบริษัท เอไอเอ (ประเทศไทย) จำกัด และที่ดูให้ความสำคัญกับงานนี้เอามากๆและดูจะโดดเด่นสะกดสายตาบรรดาผู้คนที่มาร่วมงานเห็นจะเป็นบอสใหญ่"สาระ ล่ำซำ"ประธานเจ้าหน้าที่บริหารที่เกี่ยวก้อย"ศรายุธ ทินกร ณ อยุธยา"รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)มาปรากฎกายงานนี้ ซึ่งยังไม่รวมไปถึงผู้บริหารและบุคลากรจากหลากหลายองค์กรในอุตสาหกรรมประกันชีวิตบ้านเราอีกมากมาย
บรรยากาศในวันเปิดงานช่างเป็นภาพแห่งความประทับใจและภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง สมกับเป็นเวทีสู่การเรียนรู้ตลอดการประชุม หลังจากร่วมพิธีเปิดและสร้างความประทับใจในวันแรก สมาชิก MDRT Thailand ได้เข้าร่วม Main Platform, Focus Sessions และกิจกรรมทางวิชาการระดับโลก เพื่อเรียนรู้แนวคิด กลยุทธ์ และประสบการณ์จากวิทยากรชั้นนำจากหลากหลายวงการ
นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ ConneXion Zone สำหรับสร้างเครือข่าย พบปะ แลกเปลี่ยนมุมมองกับสมาชิก MDRT จากทั่วโลก รวมถึงกิจกรรม Meet & Greet ที่เปิดโอกาสให้สมาชิกได้พบปะและพูดคุยกับวิทยากรชื่อดังจากหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งนักกีฬา นักร้อง และอดีตผู้บริหารองค์กรระดับโลก
อีกหนึ่งที่เป็นความพิเศษของปีนี้ คือสมาชิก MDRT ที่เข้าร่วมงานจะได้รับเข็มที่ระลึก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันสุดท้ายยังมี เข็มที่ระลึกครบรอบ 100 ปี ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจและประวัติศาสตร์อันยาวนานของ MDRT
การเดินทางมาร่วมงานครั้งนี้ ย่อมไม่ใช่เพียงการเข้าร่วมสัมมนาระดับนานาชาติ แต่เป็นการได้ เปิดโลกแห่งการเรียนรู้ สร้างเครือข่าย เติมพลังและแรงบันดาลใจ พร้อมนำองค์ความรู้ใหม่กลับมาต่อยอดการทำงาน และยกระดับการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างมืออาชีพ และที่สำคัญยังเป็นการร่วมกันแสดงให้เห็นถึงศักยภาพ ความเป็นมืออาชีพ และความงดงามของประเทศไทยบนเวที MDRT ระดับโลก
จาก Sydney สู่ประเทศไทย นำความรู้กลับมาแบ่งปัน นำแรงบันดาลใจกลับมาพัฒนา และก้าวไปข้างหน้าด้วยหัวใจของคนที่มุ่งมั่นจะเป็นทั้ง “คนเก่งและคนดี” ดังที่ว่า MDRT BE GOOD AND GREAT
ช่างเป็นค่ายประกันขีวิตที่ใส่ใจ จับจุดได้ถูกที่ถูกเวลาเสียทีเดียวกับปัญหาการเงินของคนไทยปัจจุบันมีความรุนแรงและเปราะบางเชิงโครงสร้าง ภาพรวมเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้าและรายได้ที่โตไม่ทันค่าครองชีพที่สูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อเงินในกระเป๋าของประชาชน รวมทั้งคนส่วนใหญ่ยังขาดการออมเงินเพื่อสำรองไว้ใช้ในยามจำเป็น สถานการณ์ดังกล่าวยิ่งทวีความน่าเป็นห่วงจากแนวโน้มประเทศไทยก้าวสู่ยุคสังคมอายุยืน Longevity การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างจึงต้องอาศัยความรู้ด้านการวางแผนทางการเงินสำหรับคนไทยเพื่อเตรียมความพร้อมในระยะยาว
งานนี้“จักรพงศ์ แสงแก้ว” ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่สายงานตัวแทนและที่ปรึกษาการเงิน บมจ.กรุงเทพประกันชีวิต เลยเล็งเห็นบทบาทหน้าที่ของธุรกิจประกันชีวิต มีส่วนสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับคนในสังคม เลยมุ่งยกระดับตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงินให้ก้าวสู่การเป็น Life Care Partner ที่มีทักษะทางการเงิน พร้อมให้คำปรึกษาแก่ลูกค้าในทุกช่วงวัย ผ่านกิจกรรมงาน Grand Open House ที่จัดขึ้นเพื่อแนะนำธุรกิจประกันชีวิตแก่ผู้ที่สนใจเข้ามาในอาชีพนักขาย โดยปีนี้ได้“โค้ชหนุ่ม คุณจักรพงษ์ เมษพันธุ์” มายกระดับความรู้และให้มุมมองแบบมืออาชีพ ในหัวข้อ “ชีวิตดี… เพราะมีแผนการเงิน” เนื่องจากการวางแผนการเงินส่วนบุคคล เป็นกุญแจสู่ความมั่นคงและชีวิตที่เลือกเองได้ นอกจากจะช่วยติดอาวุธเรื่องความรู้ทางการเงินให้เหล่านักขายแล้ว ยังช่วยสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้ที่อยากก้าวสู่การเป็น Life Care Partner อย่างมืออาชีพอย่างแท้จริง
นับว่าเดินเกมแรงทีดียวในยามนี้หากเทียบกับบรรดาโบรกเกอร์ประกันในเพลานี้ สำหรับบริษัท อินชัวร์ เอกซ์ จำกัด (InsureX) นายหน้าประกันชีวิตและประกันวินาศภัยถือหุ้น 100% โดยแบงก์ไทยพาณิชย์ ภายใต้คุมบังเหียนโดย"ณภัชชา พงศ์วัฒนกิจกุล" Head of Insurance Business ธนาคารไทยพาณิชย์ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินชัวร์ เอกซ์ ที่รุกเดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์การเติบโตของช่องทางที่ปรึกษาด้านประกัน ประกาศขยายจำนวนทีมที่ปรึกษาด้านประกันจำนวน 1,000 ราย ภายในปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Hire to Success” เปิด 3 กลยุทธ์หลักเฟ้นสรรหาคนที่ใช่ ควบคู่กับการดึงดูดและสร้าง Talent จาก 3 กลุ่มเป้าหมายหลักที่มีศักยภาพในการต่อยอดสู่บทบาทที่ปรึกษาด้านประกัน ออกแบบโครงสร้างผลตอบแทนที่เข้าใจง่าย โปร่งใส และสามารถแข่งขันได้ในตลาด เพื่อให้ที่ปรึกษาด้านประกันมองเห็นเส้นทางการสร้างรายได้และความก้าวหน้าในอาชีพอย่างชัดเจน พร้อมเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับลูกค้าและองค์กร
ที่ต้องจับตาดูว่าจะทำได้สำเร็จดังเป้าหมายวาดฝันหรือไม่ สำหรับกลยุทธ์ท้าทายในการออกแบบโครงสร้างผลตอบแทนที่เข้าใจง่าย โปร่งใส และแข่งขันได้ เพื่อสร้างแรงจูงใจและสนับสนุนความสำเร็จในระยะยาว โดยผู้ถือใบอนุญาตนายหน้าประกันสามารถได้รับผลตอบแทนในระดับเดียวกับตัวแทนประกัน และมีโอกาสได้รับค่าตอบแทนสูงสุดถึง 40% พร้อมกับเปิดโอกาสในการสร้างรายได้แบบไม่มีเพดาน ด้วยรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่น อาชีพที่ปรึกษาด้านประกันยังเป็นอาชีพเสริมควบคู่กับอาชีพหลัก เพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติม โดยสามารถบริหารเวลาและรูปแบบการทำงานให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน และต่อยอดสู่การเติบโตในสายอาชีพในระยะยาว นอกจากนี้ InsureX ยังสนับสนุนการสร้างทีมและการเติบโตในสายอาชีพ ผ่าน Career Journey ที่ชัดเจน ตั้งแต่การเริ่มต้น สู่การเป็น Mentor ผู้นำทีม และก้าวสู่ระดับความสำเร็จที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล อย่าง MDRT (Million Dollar Round Table), COT (Court of the Table) และ TOT (Top of the Tabl
รวมถึงประเด็นในการมุ่งมั่นสร้าง Retention ให้บุคลากรเติบโตไปพร้อมกับองค์กร พร้อมกับนำ Data และ AI มาสนับสนุนการทำงานของทีมที่ปรึกษาด้านประกัน เพื่อยกระดับการวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า และนำเสนอคำแนะนำด้านความคุ้มครองที่เหมาะสม ซึ่งคงต้องจับตาอย่ากระพริบกับโบรกเกอร์ประกันค่ายแบงก์ใบโพธิ์ค่ายนี้อย่างไม่ควรละสายตาทีเดียว ที่มักจะมีอะไรเป็นไม้เด็ดๆงัดออกสู่สังเวียนนักขายกันบ่อยๆ
สุดท้ายนี้ต้องยินดีด้วยกับค่ายกรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิตด้วย ที่ประสบความสำเร็จคว้ารางวัล “Great Place to Work in Thailand 2026” โดยได้รับการรับรองให้เป็น “สถานที่ทำงานที่ยอดเยี่ยม” หรือ “Great Place to Work” ในประเทศไทย ประจำปี 2569 จาก Great Place to Work Institute ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมให้พนักงานรู้สึกไว้วางใจ ได้รับการยอมรับ และมีความสุขในการทำงาน โดยการรับรองดังกล่าวมีพื้นฐานสำคัญจากความคิดเห็นและประสบการณ์จริงของพนักงานทั่วทั้งองค์กร ภายใต้วัฒนธรรมองค์กร “Care & Dare” กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ให้ความสำคัญกับการดูแลและสร้างความเชื่อมั่นให้กับพนักงาน ควบคู่กับการส่งเสริมให้ทุกคนกล้าคิด กล้าสร้างสรรค์ และกล้าท้าทายกรอบเดิม เพื่อร่วมกันสร้างสิ่งที่ดียิ่งขึ้น พร้อมให้ความสำคัญกับความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วม เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ทุกคนได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียม และสามารถเป็นตัวของตัวเองได้อย่างเต็มที่
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมุ่งพัฒนาศักยภาพของบุคลากรอย่างต่อเนื่อง ผ่านการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะที่สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงาน ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน รวมถึงการส่งเสริมสุขภาวะและคุณภาพชีวิตของพนักงานในทุกมิติ เพื่อให้พนักงานสามารถเติบโตทั้งในเส้นทางการทำงานและในฐานะบุคคลได้อย่างยั่งยืน
งานนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงมาตรฐานขององค์กรในฐานะสถานที่ทำงานที่ยอดเยี่ยม แต่ยังเป็นบทพิสูจน์จากเสียงของพนักงานถึงความมุ่งมั่นของกรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ในการสร้างประสบการณ์การทำงานที่ดี ให้พนักงานทุกคนรู้สึกมีคุณค่า มีส่วนร่วม และภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งขององค์กร พร้อมเดินหน้าเติบโต สร้างคุณค่า และก้าวไปสู่ความสำเร็จร่วมกันอย่างยั่งยืน








