พระครูอดุลสารนิเทศ เปิดใจปมพิพาทที่ดิน 22 ปี หวั่นเหตุซ้ำ ฝากเจ้าอาวาสองค์ต่อไป “รักษาวัดป่า”
พระครูอดุลสารนิเทศ ฝากถึงเจ้าอาวาสรูปต่อไปรักษาวัด รักษาผืนป่าให้เป็นปอดของเมืองขอนแก่น พร้อมระบุข้อพิพาทยืดเยื้อมากว่า 22 ปี เคยมีคนมาวัดยามวิกาลและล้อมกุฏิในปี 2562 มาแล้ว จึงต้องขอกำลังตำรวจคุ้มครอง 24 ชม. ย้ำชัดขอให้ทุกฝ่ายยอมรับคำตัดสินของศาล
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 23 ส.ค.2569 ที่กุฏิไสวเงิน วัดป่าอดุลยาราม เขตเทศบาลนครขอนแก่น พระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม พร้อมคณะสงฆ์ยังคงรับการถวายกำลังใจและพูดคุยกับญาติโยม ที่เดินทางมาที่วัดอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ซึ่งวันนีเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์จึงมีญาติะรรมเดินทางมาทำบุญและร่วมกันทำความสะอาดวัดและห้องน้ำวัดจำนวนมาก
พระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม กล่าวว่า ข้อพิพาทที่ดินเกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2547 และดำเนินมาเป็นเวลานานถึง 22 ปี หากทุกฝ่ายยอมรับคำตัดสินของศาล เรื่องก็คงยุติและไม่มีเหตุให้ต้องหวาดกลัว แต่เมื่ออีกฝ่ายยังไม่ยอมรับคำตัดสิน จึงทำให้ต้องกังวลว่าจะเกิดเหตุการณ์ใดขึ้นอีก และเคยได้รับคำขู่ทางวาจา ซึ่งไม่ขอระบุว่าเป็นใครขู่เอาไว้ว่าถ้าแพ้คดีวัดก็ต้องอยู่ไม่ได้ รวมถึงคำพูดว่า พระครูมันโกหก ซึ่งมีมาตั้งแต่ช่วงเวลาเดียวกัน แต่การต่อสู้คดีในศาลใช้ระยะเวลายาวนาน และสิ่งที่ทำให้กลัวคือการที่อีกฝ่ายไม่ยอมรับคำตัดสิน ถ้าเขายอมรับคำตัดสินของศาล หลวงพ่อจะไม่กลัวเลย แต่เขาไม่ยอมรับคำตัดสินของศาล
"ตลอดระยะเวลา 22 ปีที่ผ่านมา เรื่องยังไม่ยุติ เป็นใครก็ต้องกลัว เพราะไม่รู้ว่าจะต้องพบกับเหตุการณ์ใดบ้าง ที่ผ่านมามีผู้เดินทางมาที่วัดช่วงตี 4 ตี 5 รวมถึงยามวิกาลหลายครั้ง ทางวัดมีภาพถ่ายเก็บไว้เป็นหลักฐานทั้งหมด แต่ไม่เคยนำไปปรักปรำหรือฟ้องร้องใคร อีกทั้งไม่ตอบโต้ เพราะไม่ต้องการให้เรื่องบานปลายและสร้างความเดือดร้อนแก่ทุกฝ่าย"
พระครูอดุลสารนิเทศ กล่าวต่อว่า ในปี 2562 เคยมีคนมาล้อมบริเวณหน้ากุฏิ ส่งเสียงดังและขับไล่หลวงพ่อ โดยคนมาเป็นร้อย ขณะที่ตำรวจอยู่ในพื้นที่เพียง 2 นาย ส่งเสียงดังขับไล่หลวงพ่อหน้ากุฏิ ถ้ามีคนมาล้อมแบบนี้ อยากถามคุณโยมว่าจะกลัวไหม คนมาเป็นร้อยล้อมหลวงพ่อ ตำรวจนั่งอยู่ 2 นายจะสู้เขาได้เหรอ เขาก็กวนตำรวจอยู่ตลอด ส่วนภาพเหตุการณ์มอบโฉนดที่ดิน ซึ่งบัวไขระบุว่า เหตุการณ์ในวันนั้นไม่ใช่การมอบโฉนดให้วัด แต่เป็นเพียงการนำมาให้ดู เรื่องนี้ ตนเองอยู่ในเหตุการณ์ แต่ไม่รับโฉนดไว้ด้วยตนเอง เนื่องจากคาดการณ์ว่าอาจถูกฟ้องร้องในภายหลัง จึงให้หลวงพ่อเพยซึ่งเป็นพระอาวุโสรับแทนตามที่ปรากฏในภาพ และทางวัดมีสมุดบัญชีผ้าป่าเป็นหลักฐาน โดยระบุข้อความว่า ถวายโฉนด ไม่ใช่ ผ้าป่าฝากโฉนด ขณะที่วันดังกล่าวมีประชาชนเดินทางมาร่วมทำบุญจนเต็มศาลา ก่อนนำโฉนดมาถวายยังมีการทำสัญญาเกี่ยวกับโฉนดกันที่อำเภอ แล้วจึงนำโฉนดมาถวายต่อหน้าผู้ร่วมงาน หลวงพ่อเพยเป็นพระอาวุโส อยู่ก่อนหลวงพ่อ พอหลวงพ่อมาถึง เห็นว่ามีการถวายโฉนด ก็คิดแล้วว่าต้องมีการมาทวง จึงให้หลวงพ่อเผยเป็นผู้รับแทน ก่อนที่เขาจะทำโฉนด เขาทำสัญญาโฉนดกันที่อำเภอ ทำสัญญากันแล้วจึงมาถวายเป็นโฉนด
"กระบวนการตั้งวัดต้องผ่านเจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะภาค และเข้าสู่มหาเถรสมาคม เมื่อมีประกาศตั้งวัดแล้วจึงส่งเรื่องลงมายังกรมการศาสนา ซึ่งอยู่ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการในสมัยนั้น จึงไม่ใช่เรื่องง่ายหรือเป็นกระบวนการที่ดำเนินการเสร็จสิ้นได้ในเวลาอันสั้น ในช่วงดำเนินการตั้งวัด พระครูอดุลสารนิเทศต้องเขียนแผนที่และจัดทำแผนผังด้วยตนเอง ทั้งตำแหน่งกุฏิและเสนาสนะต่าง ๆ ภายในวัด เมื่อเวลาผ่านมานานกว่า 30 ปี เอกสารหรือลายมือชื่อบุคคลต่าง ๆ ย่อมเลือนหายไปตามกาลเวลา แต่ท้ายที่สุดมีการประกาศตั้งเป็นวัดในพระพุทธศาสนาแล้ว จึงมองว่า ข้อพิพาทที่เกิดขึ้นเป็นความขัดแย้งระหว่างการใช้กฎหมายทั่วไปกับกฎหมายพระ ซึ่งมีกฎหมายคณะสงฆ์ให้ความคุ้มครองอยู่ ขณะที่การโอนที่ดินระหว่างเอกชนกับเอกชนเป็นอีกกรณีหนึ่ง สำหรับการดำเนินการเกี่ยวกับโฉนด เคยมีคนโทรศัพท์มาบอกให้ไปรับ แต่วันนี้ไม่จำเป็นต้องพูดถึงเรื่องดังกล่าวอีก เพราะเรื่องยุติแล้วและสถานที่แห่งนี้เป็นวัดแล้ว สิ่งที่เป็นห่วงต่อจากนี้คือเจ้าอาวาสองค์ต่อไป โดยไม่ต้องการให้อนุญาตบุคคลเข้ามาเช่าพื้นที่ของวัด เมื่อเป็นที่วัดแล้วสามารถยื่นขอเช่าได้ โดยอาจทำสัญญาเช่า 3 ปี และต่อสัญญาได้อีก 3 ปี หากเจ้าอาวาสลงลายมือชื่อ การเช่าก็สมบูรณ์ จากนั้นผู้ขอเช่าจะนำเอกสารไปให้เจ้าคณะลงนาม ส่งต่อไปยังเจ้าคณะจังหวัด ผวจ.ขอนแก่นและสำนักงานพระพุทธศาสนาเพื่อพิจารณาอนุมัติ หากมีการขอเช่าพื้นที่ 2 ไร่เพื่อก่อสร้างหอพัก ย่อมสามารถสร้างห้องพักได้จำนวนมากและเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ทางการเงิน นี่เป็นเหตุผลที่พระครูอดุลสารนิเทศไม่ต้องการดำเนินการโอนโฉนด เพราะกังวลว่าจะมีบุคคลยื่นขอเช่าพื้นที่ในอนาคต เมื่อเป็นวัดแล้วขอเช่าได้ ขึ้นอยู่กับเจ้าอาวาสว่าจะเซ็นให้หรือไม่ ถ้าจะเซ็นก็จบ ใครก็ขัดค้านไม่ได้ นี่คือช่องต่อไปที่หลวงพ่อคิดเอาไว้ ยืนยันว่า หากเป็นตนเองจะปฏิเสธคำขอเช่า แต่ไม่อาจทราบได้ว่าเจ้าอาวาสองค์ต่อไปจะปฏิเสธหรือไม่ จึงต้องการฝากเรื่องนี้ไว้ โดยระบุว่า แม้ขณะนี้ยังไม่ได้โอนโฉนด ก็มีผู้เข้ามาพูดคุยขอเช่าพื้นที่วัดเพื่อทำการค้าแล้ว"
พระครูอดุลสารนิเทศ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ฟ้องร้องกันอย่างไรก็ไม่หนี เขาจะเอาเงินมาล่อ คนที่ไม่เคยเห็นเงิน 1,000,000 ก็จะมีกิเลส คนมี 10,000,000–20,000,000 เขาก็ไม่ได้ตื่นและขอให้ทุกฝ่ายเข้าใจเจตนารมณ์ของหลวงพ่อ ที่ไม่ต้องการให้ใครเข้ามาเช่าพื้นที่หรือก่อสร้างศูนย์การค้า แต่อยากรักษาสภาพวัดป่าและระบบนิเวศเอาไว้ เพื่อให้พื้นที่แห่งนี้เป็นปอดของเมืองขอนแก่นและเป็นปอดของชุมชน โดยเชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะจัดสรรทุกอย่าง หากมีการทะเลาะกันก็ควรให้อภัยกัน ที่ดินเป็นอสังหาริมทรัพย์ ไม่ใช่สังหาริมทรัพย์ โดยคำว่าอสังหาริมทรัพย์หมายถึงทรัพย์ที่เคลื่อนที่ไม่ได้ เมื่อถวายแล้วก็ไม่สามารถยกที่ดินแปลงดังกล่าวไปไว้ที่อื่นได้
ภูมิภาค48








