เมื่อโฉมหน้า "ครม.ชุดใหม่"ปรากฎสู่สายตาประชาชน อย่างเป็นทางการ เมื่อรู้ว่า "ใคร" นั่งกระทรวงไหน และที่สำคัญ "ใคร" มีความเป็นมา อย่างไร พบว่าปฏิกริยาที่สะท้อนกลับมาล้วนแล้วแต่ออกมาในแง่มุมที่เป็น "ลบ" มากกว่า "บวก" จนเกิดเป็น "เสียงยี้" ดังกระหึ่ม กลบเสียงยินดีปรีดาของรัฐมนตรีอีกหลายต่อหลายคนไปโดยปริยาย แม้ก่อนหน้านี้ จะถือว่ามีบางรายชื่อติดโผ เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันมาบ้างแล้วก็ตาม แต่กระนั้นลึกๆแล้วหลายคนยังเชื่อว่า "บิ๊กตู่"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อาจจะ "เปลี่ยนใจ" ยอม "เปลี่ยนชื่อ" ที่เคยถูกท้วงติง โดยเฉพาะ "ผู้กองธรรมนัส" ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ซึ่งกลายเป็น "จุดอ่อน" ในครม. ตั้งแต่ยังไม่มีใครการันตีได้ว่าจะได้นั่งรัฐมนตรี จริงหรือไม่ แต่ในที่สุดก็ปรากฎชื่อ ร.อ.ธรรมนัส ติดขบวน "ประยุทธ์2/1" ได้เข้าไปนั่งในเก้าอี้ "รมช.เกษตรฯ" ท่ามกลางการออกมายืนยันว่าไม่มีคุณสมบัติต้องห้ามในการเป็นรัฐมนตรี โดย "มือกฎหมายรัฐบาล" อย่าง "วิษณุ เครืองาม" รองนายกรัฐมนตรี สมัยที่ 2 แน่นอนว่าการมาของร.อ.ธรรมนัส ในฐานะรมช.เกษตรฯ ท่ามกลางการจับตาของสังคมและ "7พรรคฝ่ายค้าน" ภายใต้เบื้องลึกเบื้องหลังของร.อ.ธรรมนัส เองที่เคยเข้าไปเกี่ยวพันคดีทั้งในและต่างประเทศ ย่อมจะกลายเป็น "ของหวาน" สำหรับพรรคฝ่ายค้านที่จะเปิดปฏิบัติการ "เขย่ารัฐบาล" นับจากนี้เป็นต้นไป โดยไม่รอให้ถึงวันเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล อย่างน้อยที่สุดการออกมาส่งสัญญาณจากแกนนำพรรคอนาคตใหม่ อย่าง "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" หัวหน้าพรรค และคณะ ที่กำลังเดินสายไปต่างประเทศพบปะนักการเมืองและเจ้าหน้าที่ของสหภาพยุโรป ด้วยเหตุที่ธนาธร ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร ได้เพราะคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ และดูเหมือนว่าการเคลื่อนไหวของธนาธรและคณะ กำลังสร้างแรงกดดันต่อรัฐบาลใหม่และตัวพล.อ.ประยุทธ์ ไม่น้อย ขณะที่ธนาธร ใช้วิธีการเดินสายเขย่ารัฐบาลอยู่ต่างประเทศ บรรดาพรรคฝ่ายค้าน ก็วางเกม "ตีโอบล้อม" ด้วยการเตรียมเดินสายอภิปราย "นอกสภาฯ" คู่ขนานไปกับการทำหน้าที่อย่างแข็งขัน ของส.ส.พรรคอนาคตใหม่ และพรรคเพื่อไทย ที่ใช้เวทีสภาฯให้เกิดประโยชน์ทางการเมือง ได้เหนือกว่าพรรคฝ่ายรัฐบาล จนกลายเป็นว่า ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ชิงพื้นที่สื่อ ได้มากกว่าฝ่ายรัฐบาล ขึ้นมาเบียดความเคลื่อนไหวของพล.อ.ประยุทธ์ และครม.ใหม่ อย่างเห็นได้ชัด ! เช่นเดียวกับการทำหน้าที่ตรวจสอบ "เครือข่าย" ของคสช. โดย "ฝ่ายกฎหมาย" พรรคเพื่อไทย ใช้เดินหน้าตรวจสอบทั้งการถือครองหุ้นของส.ส.-สว. ไปจนถึงการตรวจสอบ "คุณสมบัติ" ของรัฐมนตรีใหม่ โดยที่ไม่จำเป็นต้องรอให้รัฐมนตรีใหม่เข้าบริหารงานในกระทรวงแต่อย่างใด ! แน่นอนว่าการชิงเปิดเกมรุกของฝ่ายค้าน ในจังหวะที่รัฐบาลยังตั้งหลักไม่ได้ และยิ่งมาเจอกับ "เสียงยี้" มากกว่าการแสดงความยินดีต่อครม.ชุดใหม่ เช่นนี้ ยิ่งทำให้ "แต้มต่อ" ถูกดึงเข้ามาอยู่ในมือได้ไม่ยาก!!