การรบที่ยืดเยื้อ ใช้เวลายาวนานเกือบสิบปี แต่กลับยิ่งออกห่าง จาก "ชัยชนะ" มากขึ้นทุกที มิหนำซ้ำยังมองไม่เห็น "แสงสว่าง" ที่ปลายอุโมงค์ หากจะให้ "ยืนระยะ" แลกหมัดกับ "ศัตรู" ที่นับวันจะมีกำลังกล้าแข็งมากขึ้น ต่อไปเช่นนี้ อาจเป็น "เงื่อนไข" ที่ทำให้ "ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี และเจ้าของพรรคเพื่อไทยเองต้องคิดหนัก ว่าสุดท้ายแล้ว ในวัย70 ปีที่จะครบรอบในวันที่ 26 ก.ค.นี้ ระหว่าง "ครอบครัว"กับ "การเมือง" ควรจะเลือกอะไร !? รายงานข่าวว่า ทักษิณ อาจจะใช้ช่วงจัดงานครบรอบวันเกิด ปีที่ 70 เพื่อประกาศท่าทีทางการเมืองต่อบรรดาลูกพรรคเพื่อไทย ตลอดจน แฟนคลับที่เตรียมตัวจะเดินทางไกลไปอวยพรกันที่ต่างประเทศ จากนั้นเพียงข้ามวัน ทักษิณทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวเพื่อส่งสัญญาณว่าวันเกิดปีนี้จะใช้รับประทานอาหารกับครอบครัว ภายในบ้าน ไม่มีการจัดงานเลี้ยงอะไรเพราะอากาศที่ดูไบร้อนระอุ ทะลุไปถึง50 องศา ! ความจริงอากาศร้อนที่ดูไบ คงไม่ใช่ "เหตุผล" ที่ทักษิณ จะเบรคไม่ให้ ลูกพรรคเพื่อไทยเดินทางไปพบ เมื่อได้ลองชั่งน้ำหนัก ดูแล้วพบว่า การเปิดบ้านต้อนรับแฟนคลับจากเมืองไทย อาจจะทำให้บรรยากาศของตระกูลชินวัตร "ร้อนระอุ" มากกว่า สถานการณ์ของพรรคเพื่อไทยวันนี้ ดูเหมือนจะโดดเดี่ยว และเดียวดายยิ่งนัก เพราะไม่เพียงแต่ต้องทนอยู่อย่าง "สงบนิ่ง" ด้วยความจำใจ เพราะรู้ว่า บัดนี้เกมในสนามแทบไม่เหลือพื้นที่ให้กับพรรคเพื่อไทยเล่นแต่อย่างใด แต่ทางหนึ่งจะมีความเคลื่อนไหวของแกนนำพรรค ที่กดดัน รัฐบาลด้วยเกมในเวทีสภาผู้แทนราษฎร ไปจนถึงการออกมาเปิดข้อมูล เพื่อถล่ม "ว่าที่รัฐมนตรี" ของพรรคพลังประชารัฐ พรรคในมือของ "บิ๊กตู่"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่ถึงกระนั้น "ความหวัง" ที่วาดไว้ว่าจะ "โค่นรัฐบาล" ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ รีเทิร์น กลับมานั่งรอบสอง นั้นแทบไม่ใช่เรื่องง่ายดาย หากจะคาดหวังว่าการรวมพลังกันระหว่าง "7พรรคฝ่ายค้าน" จะมีน้ำหนักมากพอ ยิ่งดูจะห่างไกลจากความเป็นจริง เพราะอย่าลืมว่า สถานการณ์ของ "พรรคอนาคตใหม่" นั้นยังไม่รู้ว่า "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" หัวหน้าพรรค จะเอาตัวรอดจากคดีถือครองหุ้นในธุรกิจสื่อหรือไม่ มองกลับมาที่พรรคเพื่อไทยเองยิ่งพบว่า ภายใต้แผนการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพรรค ด้วยการปรับโฉมเปลี่ยนตัวเล่นกันใหม่หมดทั้ง "หัวหน้า-เลขาฯพรรค" ก็ยังไม่ใช่ "คำตอบ" หรือภาพสะท้อนที่จะชี้ให้เห็นว่า พรรคเพื่อไทยจะเดินเข้าใกล้ "ชัยชนะ" ในการต่อสู้ทางการเมืองให้กับ ทักษิณ แต่อย่างใด แต่หากถามว่า ทักษิณ จะไม่จำเป็นต้องมี "พรรคเพื่อไทย" เอาไว้ในมือเลยอย่างนั้นหรือ ? ก็คงต้องยอมรับว่าลึกๆแล้วทักษิณเองก็มีความหวังว่าจะได้กลับเมืองไทยสักครึ่งหนึ่งในชีวิต และคงมีพรรคการเมืองเท่านั้นที่จะสามารถทำได้ นอกเหนือไปกว่านั้น หากวันไหนทักษิณ ไร้พรรคเพื่อไทย ไร้อำนาจทางการเมืองเอาไว้ในมือเพื่อต่อรอง เมื่อนั้นทักษิณ ก็รังแต่จะ "หมดทางสู้" มากขึ้นเท่านั้น แต่สำหรับการต่อสู้ในยกนี้ จังหวะที่คสช.ยังมีโอกาส "อยู่ต่อ" การเข็นพรรคเพื่อไทยเข้าสู้โดยไม่ประเมินสถานการณ์ ก็จะยิ่ง เจ็บตัวมากขึ้นเท่านั้น แกนนำในพรรคหลายคนที่เคยเป็น "มือทำงาน" ให้กับทักษิณไม่ว่าจะเป็น "เฮียเพ้ง" พงษ์ศักดิ์ รักตพงษ์ไพศาล หรือแม้แต่ "ภูมิธรรม เวชชยชัย" ที่เพิ่งประกาศวางมือจากตำแหน่งเลขาฯพรรค ก็ล้วนแล้วแต่มาจาก "ปัญหาภายในพรรค" ที่ทักษิณ เองไม่อาจใช้วิธีการเบ็ดเสร็จ แก้ไขได้เหมือนในอดีต เมื่อมองไม่เห็นฝั่ง ไม่เห็นหนทางเอาชนะ แต่ขณะเดียวกัน ก็ยังไม่อาจประกาศยอมแพ้ได้อย่างชัดเจน ดังนั้นการอยู่อย่างรักษาเนื้อรักษาตัว หลบอยู่ในที่ตั้งด้วยความสงบ จึงน่าจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุดสำหรับ ทักษิณ !