ก่อนที่ปัญหาจะลุกลาม บานปลาย จนกลายเป็นเรื่อง "สาวไส้ ให้กากิน" วุ่นวายเสียหายกันไปมากกว่านี้ ที่สุดแล้ว "กลุ่มสามมิตร" ต้องยอมยุติการเคลื่อนไหว ที่ทำท่าว่าจะเข้มข้น จากเดิมที่ขึงขัง ก็ต้องปรับโหมดมานั่งแถลงข่าวร่วมกับ "อุตตม สาวนายน" หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เรียกว่าเป็นการพลิกมุมกันเพียงข้ามคืน ! ทั้ง สมศักดิ์ เทพสุทิน และ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ มานั่งแถลงข่าวกับอุตตม ณ ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ เพื่อจบทุกความวุ่นวาย โดยก่อนหน้านี้ ก็เป็นกลุ่มสามมิตรที่ยกคณะไปนั่งแถลงข่าวเมื่อเช้าวันจันทร์ที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมาด้วยท่าทีขึงขังแสดงความไม่พอใจ เรื่องการจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรี พร้อมร่ำๆจะ "ขับไล่" แม่บ้านของพรรค ที่ชื่อ "สนธิรัตน์ สนธฺจิรวงศ์" ออกจากเลขาธิการพรรค แต่พลันในการแถลงข่าวระหว่าง "2 ส." กับอุตตม ครั้งนี้ จบลงด้วยประโยคด้วยคำพูดของ สุริยะว่า "ทั้งหมดผมคิดว่าอยู่ที่ท่านนายกฯตัดสินใจ เรามอบเรื่องที่จะไปยื่นข้อเรียกร้องต่างๆ ได้แสดงให้ท่านนายกฯเห็นแล้ว ส่วนจะตัดสินใจอย่างไร ก็เชื่อว่าท่านจะตัดสินใจอยู่บนผลประโยชน์ของประเทศชาติ เราเคารพและจะไม่มีการออกมางอแง" งานนี้หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า กลุ่มสามมิตร น่าจะยอม "กลืนเลือด" ยอมยุติการเคลื่อนไหวกดดัน "บิ๊กตู่"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรื่องการจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีที่มีการเฉือนโควต้า เก้าอี้ "รมว.พลังงาน" ที่สุริยะ เตรียมแต่งตัวเข้าไปนั่ง แล้วเอาไว้ยื่นให้กับ สนธิรัตน์หรือ "กลุ่มกปปส." ในชื่อของ "ณัฎฐพล ทีปสุวรรณ" ส.ส.บัญชีรายชื่อ ของพรรค หรือนี่จะเป็นเพียงการยุติศึก เพราะได้รับ "สัญญาณพิเศษ" จาก "บิ๊กคสช." หรืออาจเป็นการรอจังหวะ "เอาคืน" จากกลุ่มสามมิตร เพราะหลังจากประเมินทิศทางลมทางการเมืองแล้วน่าจะพอรับรู้ได้ว่า หากคิดจะถอนตัวออกจากการร่วมรัฐบาลกันเสียตั้งแต่ต้นมือ คราวนี้ น่าจะเป็นเรื่อง "เสีย" มากกว่า "ได้" หรือไม่ เพิ่งเสร็จศึกเลือกตั้งมาหมาดๆ ทุนรอน เสบียงกรังก็เพิ่งร่อยหรอ อีกทั้งกำลังพล กำลังคนเพิ่งจะเสร็จสิ้นจากสนามเลือกตั้งมาไม่นาน หากจะให้ถอนตัวจากรัฐบาล "ประยุทธ์ 2/1" กันไปง่ายๆ โดยยังไม่ทันได้เริ่มต้น ได้นั่งในเก้าอี้ "ฝ่ายบริหาร" เห็นทีมีแต่จะเสียหาย มากกว่าได้แต้ม สถานการณ์วันนี้ อาจดูเหมือนว่า กลุ่มสามมิตร ยอมถอยแต่ทว่าในความเป็นจริงแล้ว ยิ่งหากกลุ่มสามมิตร เป็นฝ่าย "สงบ" จริงในยกแรก ก็ใช่ว่า บรรยากาศการอยู่ร่วมกันในรัฐบาลจากนี้ไป จะราบรื่น เหมือนกันว่าไม่เคย "ประดาบ"กันมาก่อน ! หากที่สุดแล้ว ตำแหน่ง "รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน" ไม่ใช่ชื่อของ สุริยะ อาการฟาดงวงฟาดงา อาจจะปรากฎอีกครั้ง เมื่อการพิจารณากฎหมายสำคัญๆมีขึ้นในเวทีสภาผู้แทนราษฎร หรืออย่างน้อยที่สุด เมื่อครั้งนี้กลุ่มสามมิตรเป็นฝ่าย ถอยร่นให้จนสุดซอย หากมีอันต้องเสียที่นั่งใหญ่ให้กับกลุ่มกปปส. ไปจริงตามที่เป็นข่าว เชื่อเถอะว่าความอึมครึม และรอยร้าวที่มีอยู่ย่อมทำให้ ทั้งบิ๊กตู่ และ แกนนำในพลังประชารัฐ อาจจะต้องอยู่กันอย่างพกพาความหวั่นไหว ไปตลอดทาง !