กลับมาสำรวจแนวรบที่ฟากฝั่ง "พรรคเพื่อไทย" ที่ดูเหมือนว่าจะเต็มไปด้วยความเงียบเหงา ทั้งที่เป็นพรรคใหญ่อันดับหนึ่ง กวาดที่นั่งส.ส.เข้าสภาผู้แทนราษฎร ได้มากที่สุด แต่พรรคเพื่อไทยกลับไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ
เท่านั้นยังไม่พอ บทบาทการนำทั้งในเวทีสภาผู้แทนฯ ไปจนถึง "นอกสภาฯ" ยังตกเป็นของ "พรรคอนาคตใหม่" ประหนึ่งว่า วันนี้พรรคเพื่อไทย ได้หลบเร้น หายไปจากหน้าสื่อ จะมีก็เพียงการเคลื่อนไหวของ "ทีมโฆษกพรรค" ทำหน้าที่ตอบโต้ วิพากษ์วิจารณ์และ เปิดวิวาทะรายวันกับรัฐบาล เพื่อรักษาพื้นที่ในหน้าสื่อเอาไว้เท่านั้น
ชื่อของ "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ คือจุดโฟกัสของ "พรรคฝ่ายค้าน" ที่ดูจะมีบทบาทเหนือพรรคเพื่อไทย อย่างเห็นได้ชัด จนเกิดเป็นการตั้งข้อสังเกตว่า "คนที่ต่างประเทศ" อาจจะต้องหันไปสนับสนุนการเคลื่อนไหวของ พรรคอนาคตใหม่แทน เพราะดูจะมี "อนาคต" มากกว่า
ขณะที่บรรดาแกนนำพรรคเพื่อไทย หลังจากพ่ายแพ้สงครามการเมือง ก็พากันหลบลี้หนีหน้า ไปกันแทบหมด เพราะยิ่งสู้ก็เหมือนยิ่งเสี่ยง อีกทั้งยังประเมินแล้วว่า เวทีการเมือง ได้ตกเป็นของพรรคอนาคตใหม่ไปเรียบร้อยแล้ว
อย่างไรก็ดี ใช่ว่าภายใต้ความเงียบงันนั้นจะไร้ซึ่งความเคลื่อนไหวใดๆ เพราะในความเป็นจริงแล้ว พรรคเพื่อไทย กลายเป็นพรรคการเมืองเดียวที่ยังเหลืออยู่ ภายหลังจากที่พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ล้มไม่เป็นท่า ถูกคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรค ก่อนถึงวันเลือกตั้ง ส่วนพรรคเพื่อชาติ เองที่แม้วันนี้จะสามารถนำพา "5ส.ส."เข้ามาสูสภาฯ ได้ก็ตาม แต่ใน5เสียงของกลุ่มส.ส.กลับแตกออกเป็น "สองขั้ว" ขั้วหนึ่งฟังเสียง จตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. ส่วนอีกขั้วหนึ่งฟังเสียง "สงคราม เลิศกิจไพโรจน์" หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ
นั่นหมายความว่า พรรคเพื่อไทยยังเป็น "บ้าน" ที่มีความแข็งแกร่งและ "มีอนาคต"ไม่น้อย เพราะประเมินได้จากชัยชนะจากการเลือกตั้งครั้งล่าสุดที่ผ่านมา
เวลานี้ภายในพรรคเพื่อไทยเอง มีการขยับที่กำลังสะท้อนออกมาให้เห็นว่า การเปิดศึกครั้งใหม่ ระหว่าง "สองนางพญา" ระหว่าง "คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์" แกนนำพรรค กับ "เยาวภา วงศ์สวัสดิ์" น้องสาว "ทักษิณ ชินวัตร" เจ้าของพรรคตัวจริง โดยผ่านสงครามตัวแทน เพื่อหวังยึดพรรคเพื่อไทย
การเปลี่ยนแปลงตำแหน่ง "หัวหน้าพรรคเพื่อไทย" ตลอดจนความพยายามในการผลักดัน ให้ "สมพงษ์ อมรวิวัฒน์" คนของปีกอำนาจเยาวภา ขึ้นมาผงาด แถมยังมีกระแสข่าวว่ารอที่จะนั่ง "ผู้นำฝ่ายค้าน" คือภาพสะท้อนที่ทำให้เห็นว่า แท้จริงแล้วสมพงษ์ อาจไม่ได้ต้องการออกแอคชั่นเอง
จากนั้นไม่นาน มีรายงานข่าวว่า "พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์" หัวหน้าพรรคคนปัจจุบันอาจจะยื่นใบลาออก ตามมาด้วย "น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ" ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย "เด็กในคาถา" ของคุณหญิงสุดารัตน์ ในฐานะผู้ท้าชิงเก้าอี้ "หัวหน้าพรรคเพื่อไทย" กับสมพงษ์ คนของเยาวภา
หลายคนในพรรคเพื่อไทย วันนี้อาจจะเหนื่อยล้า กับความพ่ายแพ้ในสังเวียนการเมือง เพราะไม่สามารถสู้กับพรรคพลังประชารัฐ เพื่อพลิกเกมเป็นฝ่ายจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่ในขณะเดียวกันสำหรับ คุณหญิงสุดารัตน์กับเยาวภา แล้ว นี่อาจเป็นการนับหนึ่งของการเปิดฉากชิงอำนาจการนำ โดยผ่านยกแรกที่ "นอมินี" อย่างที่เห็น !