กว่าที่การจัดตั้งรัฐบาล "ประยุทธ์2/1" จะเสร็จสิ้นลงไป ต้องใช้ระยะเวลายาวนาน จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ว่าปัญหาบ้านเมืองนั้นคงสำคัญน้อยกว่าเรื่องการแบ่งเค้กใช่หรือไม่
ยิ่งได้เห็นภาพสะท้อนจาก "พรรคประชาธิปัตย์" ไปจนถึงพรรคแกนนำรัฐบาลอย่าง "พลังประชารัฐ" ที่ล้วนแล้วแต่ เกิดปัญหา "ศึกใน" ทำให้การจัดสรรเก้าอี้ในครม.ลงตัวไม่ง่าย อย่างที่เห็น !
แต่ถึงกระนั้น จะช้าหรือเร็ว "บิ๊กตู่"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต้องเดินไปถึงวันที่ไร้ "ดาบอาญาสิทธิ์" อยู่ในมือ มากขึ้นทุกขณะ เพราะเมื่อมีรัฐบาลชุดใหม่ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะผู้นำรัฐบาลสมัยที่ 2 จะเข้าสู่โหมด นายกฯที่ไม่มี "มาตรา 44" เหมือนเช่นที่ผ่านมาอีกต่อไป
จะด้วยเหตุนี้หรือไม่ก็ตาม จึงทำให้บรรดานักการเมือง ที่พรรคพลังประชารัฐไปดึงเข้ามาร่วมรัฐบาล เริ่ม "ออกฤทธิ์" รวมถึง "พรรคร่วมฝ่ายค้าน" ที่วันนี้ดูจะชัดเจนว่า "พรรคอนาคตใหม่"กำลังรับบทนำ โดดเด่นเหนือ "พรรคเพื่อไทย" ไปอย่างน่าประหลาดใจ
การปลุกเร้าประชาชนให้ลงไปเล่นเกม "นอกสภาฯ" ของแกนนำพรรคอนาคตใหม่คือปัญหาใหญ่ที่ทั้งรัฐบาลและคสช.เองต้องเผชิญ ไม่ว่าที่สุดแล้ว "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" หัวหน้าพรรค และพรรคเองจะถูกยุบอันเนื่องมาจากคดีความของหัวหน้าพรรคที่ชื่อธนาธร หรือไม่ก็ตาม แต่ดูเหมือนว่าพรรคอนาคตใหม่กำลังออกแรง "ถากทาง" เพื่อให้การเมืองถูกดึงออกไปยังนอกสภาฯ ให้มากที่สุด
การเดินสายลงพื้นที่ของพรรคอนาคตใหม่ อย่างต่อเนื่อง ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่ต่างไปจากการส่งสัญญาณ "รบ" นอกสภาฯกับคสช. เป็นหลัก และที่น่าสนใจไปมากกว่านั้นคือการที่พรรคอนาคตใหม่เป็นฝ่ายยึดครองพื้นที่โลกไซเบอร์ได้เหนือกว่ารัฐบาล
ดังนั้นแม้ที่สุดแล้วพรรคอนาคตใหม่และตัวธนาธร จะยังได้ "ไปต่อ" หรือไม่ในยกสุดท้ายที่การพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ แต่พรรคอนาคตใหม่ได้ "เปิดเกมนอกสภาฯ" เอาไว้เรียบร้อยแล้ว
แน่นอนว่าสถานการณ์ที่ว่านี้ไม่สู้ดีนักสำหรับรัฐบาล "ประยุทธ์ 2/1" ที่จะต้องเร่งเดินหน้าทำงานโดยจะไม่มีช่วง "ฮันนีมูน" ผลงานของรัฐบาลจะต้องปรากฏขึ้นโดยเร็ว อย่างน้อยแต่ละพรรคร่วมเองจะต้องแสดงฝีมือ เพื่อตระเตรียม "ฐานเสียง" เอาไว้รองรับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นใหม่
ทว่าการเดินหน้าของพล.อ.ประยุทธ์ ตลอดจน "บิ๊กทหาร" ที่มีทั้งในครม. ไปจนถึงในสว. ซึ่งคสช.เลือกมาเองกับมือ ในห้วงเวลาที่ไร้ "ม.44" ที่จะใช้กำราบนักการเมือง นั้นดูจะไม่ใช่เรื่องง่ายดายนัก โดยเฉพาะนักการเมืองฝั่งตรงข้าม ที่กำลังมองเห็น "จุดอ่อน" อย่างทะลุปรุโปร่ง อย่างพรรคเพื่อไทย ที่รอ "เขย่า"เป็น "ทัพสอง" รับไม้ต่อจาก "อนาคตใหม่" !