ผลสำรวจพฤติกรรมการสูบบุหรี่ไฟฟ้าของเยาวชนไทยของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ สถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย และกรุงเทพมหานคร พบตัวเลขของเด็กและเยาวชนไทยติดบุหรี่ไฟฟ้าถึง 18.6% โดยมีความเข้าใจผิดคิดว่าบุหรี่ไฟฟ้าสามารถช่วยเลิกบุหรี่มวนได้ถึง 61.23% เข้าใจว่านิโคตินส่งผลดีต่อร่างกาย 51.19% มีความเชื่อว่าบุหรี่ไฟฟ้าอันตรายน้อยกว่าบุหรี่มวน 50.2% เข้าใจว่าน้ำยาของบุหรี่ไฟฟ้าไม่มีส่วนผสมของนิโคติน 26.28% และเข้าใจว่าบุหรี่ไฟฟ้าไม่ใช่สิ่งผิดกฎหมายถึง 23.28%

สำหรับอาการของผู้ป่วยที่ปอดทะลุจากบุหรี่ไฟฟ้ามักเกิดขึ้นแบบเฉียบพลัน และสร้างความทรมานอย่างมาก เช่น เจ็บหน้าอกทันทีรู้สึกเหมือนมีของหนักกดทับ หายใจลำบาก หายใจไม่สุด เหมือนปอดถูกบีบ หายใจเข้าแล้วเจ็บ ต้องหายใจสั้น ๆ ในผู้ป่วยบางรายอาการรุนแรงจนตัวเขียว หายใจไม่ออก และหมดสติ หากอาการหนัก อาจต้องใส่สายระบายลมออกจากปอด หรือถึงขั้นต้องผ่าตัด 

ซึ่งขณะนี้มีรายงานผู้ป่วยที่มีอาการดังกล่าวเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชน ที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นประจำ บางคนสูบเพียงไม่กี่ครั้งก็เกิดภาวะปอดรั่วกะทันหัน ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาล ดังนั้น บุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้ปลอดภัยอย่างที่โฆษณา เพราะไม่เพียงแต่มีสารเคมีอันตราย แต่ยังทำให้เกิดภาวะปอดทะลุได้แบบไม่ทันตั้งตัว 

ปัจจุบันพบบุหรี่ไฟฟ้ามาในลักษณะคล้าย Art Toy โดยเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในชื่อ “บุหรี่ไฟฟ้าโดเรมอน” ทั้งนี้เมื่อประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์ รัฐบาลสั่งการให้ทุกหน่วยงานภาครัฐบูรณาการความร่วมมือเดินหน้าปราบปราม หยุดยั้งการลักลอบผลิต นำเข้าหรือจำหน่าย เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดบุหรี่ไฟฟ้าทุกชนิด 

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่รัฐบาลพยายามปราบปราม แต่กลับมีบางฝ่ายต้องการผลักดันให้ถูกกฎหมาย โดยเฉพาะนักการเมืองจากพรรคฝ่ายค้าน และยิ่งสะท้อนถึงทิศทางที่ต่างกัน เมื่อยังพบเนบุคลากรของพรรคฝ่ายค้านบางพรรคสูบบุหรี่ไฟฟ้าเสียเอง จึงทำให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยการต่อสู้เพื่อปลดล็อกบุหรี่ไฟฟ้าเพื่อใคร?