นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สวมหมวกที่ปรึกษาประธานอาเซียน ของนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เดินทางลงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว  โดยเป็นการเดินทางมายังจังหวัดชายแดนใต้ในรอบ 20 ปี ของอดีตนายกรัฐมนตรี

แม้จะเกิดเหตุการณ์ระทึกขึ้นเมื่อ 08.35 น.มีเหตุระเบิดรถยนต์กะบะใกล้ หอบังคับการบินสนามบินนราธิวาส ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ก่อนหน้าที่เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของนายกทักษิณจะลงจอดที่สนามบินนราธิวาสเพียง 1 ชั่วโมง ทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์และตีความว่าเป็นปฏิบัติการท้าทายเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ที่นายทักษิณเดินทางลงพื้นที่หรือไม่ พร้อมกับตอกย้ำให้ย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ยุคที่นายกทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรีที่เป็นปฐมบทความรุนแรงในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไฟใต้ ในช่วงปี2547

อย่างไรก็ตาม วันนี้นายทักษิณมีสถานะเป็นที่ปรึกษาประธานอาเซียนของนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ซึ่งที่ผ่านมามีการแสวงหาความร่วมมือจากทางมาเลเซียในการแก้ไขปัญหาไฟใต้

กระนั้น ในวันนี้ ที่นายทักษิณเดินทางลงพื้นที่ โดยนายทักษิณ เปิดเผยว่าอยากมารับฟังด้วยตัวเองว่าเป็นสถานการณ์เป็นอย่างไร และมาสานงานที่ทำไว้เมื่อครั้งเป็นนายกรัฐมนตรีก็อยากจะเห็นว่าเมื่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงนั้นและการดูแลแก้ไขปัญหาใช้เวลานานมากก็ยังไม่ยุติเสียที มันก็ควรจะยุติได้ในสมัยที่รัฐบาลปัจจุบัน ซึ่งเป็นรัฐบาลเพื่อไทยและลูกสาวตนเป็นนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้นายทักษิณ ระบุว่าอยากเห็นการทำงานร่วมกัน เพราะเชื่อว่าเราอยากเห็นการแก้ปัญหาร่วมกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาของประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ เมื่อก่อนสมัยตนเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ เราจะน้อมนำแนวทางพระราชดำริในหลวงรัชกาล 9 เข้าใจ เข้าถึงและพัฒนา ซึ่งตนคิดว่ายังเป็นหลักการที่สำคัญ

“เข้าถึงจิตใจว่าพวกเขาคิดอย่างไร เมื่อเข้าถึงแล้ว เพื่อให้เขาพูดความจริงก่อนเมื่อความเค้าพูดความจริงแล้วเราต้องเข้าใจเป้าหมายร่วมกัน ร่วมกันพัฒนาในสิ่งที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เคยตรัสไว้ในการที่จะแก้ปัญหาภาคใต้ ณ.วันนี้ ผมเข้าใจว่ายังเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งและเป็นสิ่งที่ถูกต้องเลยอยากมาฝากกับน้องๆว่าเราลองหยุดหายใจสักระยะ เรามัวอยู่กับเหตุการณ์ที่เคยมีมา 20 ปีแล้ว ให้กลับมาดูว่าเราจะเข้าถึงหรือแค่ไหนและเข้าใจมาคิดร่วมกันว่าจะทำให้พี่น้องจังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่อย่างสันติสุข นั่นคือหลักการที่ผมมาที่นี่”

อย่างไรก็ตาม การเดินทางลงพื้นที่ภาคใต้ของนายทักษิณนั้น ถือเป็นความเคลื่อนไหวสำคัญ นอกจากมุ่งหวังการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังเล็งผลไปถึงภาพใหญ่ในระดับภูมิภาค