ยังไม่มีการกำหนดกรอบวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะต่างฝ่าย ต่างต้องประเมินท่าที ไปจนถึงทิศทางลมการเมืองที่เพิ่มระดับความแรง อย่างต่อเนื่อง เสียก่อน  ด้วยเหตุนี้ “พรรคประชาชน” แกนนำพรรคฝ่ายค้าน ยังต้องลุ้นต่อไปว่าโอกาสที่จะได้ซักฟอก รัฐบาล ยาวนานถึง 5 วันนั้นจะเกิดขึ้นได้หรือไม่

ขณะที่ล่าสุดพรรคพลังประชารัฐ ของ “บิ๊กป้อม”พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค เองออกมาขยับด้วยการระบุว่า ทั้งตนเองและพรรคได้เตรียมวางแผนการทำงานเอาไว้แล้ว และคาดว่าในสัปดาห์หน้า ความชัดเจนน่าจะปรากฏ ว่าจะส่งใคร ทำหน้าที่ซักฟอกรัฐมนตรีบ้าง และจะใช้ “ประเด็น” ใด อภิปราย

สำหรับพรรคพลังประชารัฐ  พรรคฝ่ายค้าน ที่ถูกจับตาว่า ในการอภิปรายฯรอบนี้ จะดำเนินบทบาทเข้มข้นมากน้อยแค่ไหน และจะมีรายการบวกเอา “ความแค้น”  ผสมโรง หลังจากที่ถูกเขี่ยออกจากรัฐบาลด้วยหรือไม่

ขณะเดียวกันฝ่ายที่ต้องลุ้นเดิมพัน ไม่น้อยไปกว่า พรรคเพื่อไทย  คือ พรรคประชาชนเอง เนื่องจากถูกตั้งข้อสังเกตว่านี่อาจเป็นศึกซักฟอก นัดส่งท้าย นัดสุดท้าย ก่อนที่คดี 44 สส.อดีตพรรคก้าวไกล เข้าใกล้วาระที่คณะกรรมการป.ป.ช. จะมีมติชี้มูลและส่งให้ศาลฎีกา พิจารณาหรือไม่

โดยก่อนหน้านี้ แกนนำพรรคประชาชน ต่างพากันดำเนินบทบาท ฝ่ายค้านนอกสภาฯ ด้วยการตรวจสอบรัฐบาล ประเด็นสำคัญๆ โดยเฉพาะกรณี “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ที่มีทั้งไทยเทา ร่วมมือกับจีนเทา ขับเคลื่อนอยู่เบื้องหลัง ส่งผลทำให้ แม้ใครหลายคนที่เคยอยู่ฝั่งตรงข้ามกับพรรคสีส้ม ยังต้องออกมาแสดงความชื่นชมการทำหน้าที่ของสส.พรรคประชาชน

ทว่าในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรอบนี้ สาระสำคัญอาจไม่ได้อยู่ที่ “จำนวนวัน”  หากแต่ขึ้นอยู่กับการวัดใจว่า พรรคสีส้มกล้าพอที่จะพุ่งเป้า ใส่ชื่อ “แพทองธาร ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี เอาไว้ในรายชื่อรัฐมนตรี ที่จะต้องซักฟอกด้วยหรือไม่

ในท่ามกลางกระแสข่าวว่าด้วย “ดีลลับบรูไน” มีการ “ขอ” ให้เว้นชื่อ นายกฯอิ๊งค์  เอาไว้ ส่วนรัฐมนตรีรายอื่นให้ว่ากันไปตามฟอร์ม และที่น่าสนใจไปมากกว่านั้น จะมีรัฐมนตรีจาก พรรคภูมิใจไทย ถูกจับขึ้นเขียง ครั้งนี้กี่คน และจะกลายเป็น “วาระพิเศษ” ให้ฝ่ายค้านกลายเป็น “เครื่องมือ” ของคนในรัฐบาลผสม ที่กำลังขัดแย้งกันไปด้วยโดยปริยายตามมาหรือไม่