แสงไทย เค้าภูไทย
ไทยกำลังกระอักกระอ่วนใจกับราคาสินค้าที่แพงรับปีใหม่ และแนวโน้มจะแพงขึ้นๆ เหตุผลพวงจากน้ำท่วมและเงินเฟ้อ ว่าปี 65 จะขึ้นดอกเบี้ยดีไหม
ผลพวงจากการระบาดของโควิด -19 จากต้นปีที่แล้วจนถึงวันนี้ นอกจากจำนวนติดเชื้อทั่วโลกกว่า 280 ล้านคน ตาย 5.18 ล้านคนแล้ว ยังผลให้เศรษฐกิจพังพินาศทั้งโลก คนตกงานเป็นร้อยๆล้านคน คนยากจนมีมากกว่า 100 ล้านคน
สิ่งที่เป็นผลตามหลังจากการปิดกิจการอันเป็นผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ก็คือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมความเป็นอยู่ การดำรงชีวิต
คนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการระบาด ก็คือคนที่อพยพเข้าเมืองเพื่อหางานทำ
เมื่อเกิดโรคระบาดรุนแรงถึงขั้นต้องปิดเมือง ล็อกดาวน์ ต้องสูญเสียตำแหน่งงาน เพราะโรงงาน กิจการ พากันปิด แรงงานอพยพพากันย้ายกลับภูมิลำเนา
เหตุผลที่คนย้ายกลับบ้านก็คือ ไม่มีงานทำ ค่าครองชีพในเมืองใหญ่ โดยเฉพาะกรุงเทพฯและปริมณฑลที่เป็นแหล่งงานใหญ่ที่สุดในประเทศยามปกติก็สูงกว่าจังหวัดอื่นๆอยู่แล้ว
พอเกิดน้ำท่วม พืชผลเกษตรที่ส่งมาป้อนตลาดเมืองหลวงก็ลดน้อยลง ราคาแพงขึ้น
ผักชีแพง เป็นตัวอย่างอันดี
แม้ยามนี้ น้ำจะลดจนแห้งเกือบทุกแห่งที่เคยท่วมแล้ว แต่กว่าพืชผลเหล่านั้นจะโตจนเก็บมาขายได้ ก็ต้องใช้เวลาอีกเป็นเดือนๆ
ปีใหม่ปีนี้ จึงต้องฉลองเทศกาลกันในราคาแพงกว่าปกติ
ของแพงนั้น ส่วนหนึ่งเกิดจากภาวะเงินเฟ้อด้วย
ใช่แต่ไทยเท่านั่นสภาพการณ์เช่นนี้ เกิดขึ้นทั่วโลก แม้แต่สหรัฐฯ ซึ่งอัตราเงินเฟ้อสูงถึงกว่า 6%
มองแนวโน้มว่า ธนาคารกลาง(เฟด) จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง (Fed Funds Rate)จาก 0.00-0.25% ในไม่ช้า เพื่อยับยั้งอัตราเติบโตของเงินเฟ้อ
ไทยก็อาจจะขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเพื่อสกัดเงินเฟ้อเหมือนกัน เพราะเราแช่ที่ 0.50% มานานมากแล้ว
ผลพวงจากการระบาดของโควิด-19 ต่อเศรษฐกิจอีกด้านก็คือความเหลื่อมล้ำ ยิ่งนานยิ่งเพิ่มขึ้น
Oxfam International องค์กรเกี่ยวกับข้อมูลความยากจนความเหลื่อมล้ำ รายงานประจำปีว่า การระบาดของไวรัสร้าย ทำให้ตัวเลขความยากจนเพิ่มขึ้น
จากการสำรวจตัวเลขความเหลื่อมล้ำ พบว่าคนร่ำรวยที่สุดของโลก1,000 คนถือครองทรัพย์สินมูลค่าเท่ากับมูลค่าทรัพย์สินของประชากรทั้งโลกรวมกัน
ทั้งนี้ เฉพาะแค่ อัครมหาเศรษฐีโลก 3 คนเท่านั้น ก็ถือครองทรัพย์สินมูลค่าเท่ากับคนจนทั้งโลกถือรวมกันแล้ว
องค์การอาหารโลกของสหประชาชาติ (World Food Programme ) แถลงว่าแค่ 1% ของมูลค่าทรัพย์สินของพวกคนรวยเหล่านั้น สามารถเลี้ยงปากท้องคนจนได้ทั้งโลก โดยเฉพาะในเอเชียและแอฟริกา
WFP เรียกร้องให้คนรวยที่สุดในโลก 2 คนคืออีลลอน มัสก์กับเจฟฟ์ บีโสตก้าวเข้ามาจุดนี้
“แค่ 2% ของมูลค่ารายได้สุทธิคิดเป็นเงิน 6 พันล้านดอลลาร์ของพวกเขา จะสามารถเลี้ยงคนจนทั้งโลกได้ถึง 42 ล้านคน” เดวิด เบสลีย์ แห่ง WFP เรียกร้อง
รวยซะขนาดนั้น ถ้าเป็นคนไทยก็ต้องบอกว่า แค่ 2% ของรายได้สุทธินี่ ขนหน้าแข้งไม่ร่วง
ว่าแต่ว่าพวกเขาได้ยินเสียงเรียกร้องนี้ไหม?