การปรับครม. “ประยุทธ์2/4”ยังคงเป็นอีกหนึ่งแนวรบที่วุ่นวายไปอีกพักใหญ่ จนกว่าทุกอย่างจะลงตัว ไม่ว่าจะปรับเล็ก ปรับใหญ่ ฝุ่นควันก็ยังตลบ เพราะตราบใดที่ชื่อรัฐมนตรีคนใหม่ยังไม่ปรากฎออกมา สำหรับ คนที่มีความหวังก็ยังมีสิทธิ์ “ได้ลุ้น” กันต่อไป ด้วยความวุ่นวายที่ทำเนียบรัฐบาล ที่ทำเอา “บิ๊กตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ถึงกับหลุดบ่นออกมาดังๆว่าโดนสื่อถามแทบทุกเวลาเรื่องนี้
“อะไรที่เรียบร้อยอะไรที่สงบเงียบก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ก็ขออย่าให้มีปัญหาก็แล้วกันแค่นั้น ผมจะได้มีสมองไว้ทำอย่างอื่น ขอให้เห็นใจซึ่งกันและกันด้วย ผมก็ทำให้เต็มที่อยู่แล้ว ต้องไว้วางใจซึ่งกันและกันบ้าง อะไรที่ไม่ใช่ประเด็นปัญหา ก็อย่าไปเปิดขึ้นมาเลย”(4มี.ค.64)
แต่ขณะเดียวกัน ยังต้องยอมรับว่า ปัญหาใหญ่ที่รอเขย่ารัฐบาล อยู่เบื้องหน้า คงไม่พ้นประเด็นที่ว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะบัดนี้ได้กลายเป็น “ของร้อน” ที่กำลังรอเข้าสู่โหมดห้ำหั่นกันรอบใหม่ ระหว่าง ฝ่ายรัฐบาลที่จับมือกับ “ส.ว.” รอคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ในการพิจารณาวาระ 3 ตามที่ ฝ่ายค้านกำลังวิตก
ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 มี.ค. 64 ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งนัดฟังคำวินิจฉัยอำนาจของรัฐสภาในการแก้รัฐธรรมนูญ ในวันที่ 11 มี.ค.นี้ เวลา 09.30 น. หมายความว่า ศาลรัฐธรรมนูญนัดวินิจฉัย ก่อนที่จะครบกำหนด 15 วันเพื่อโหวร่างรัฐธรรมนูญ ในวาระ3 เพียง 1 วัน เพราะตามกำหนดแล้วจะครบในวันที่ 12 มี.ค.
ทั้งนี้หากศาลรัฐธรรมนูญ มีมติออกมาในวันที่ 11 มี.ค.นี้ในทางที่เป็นบวก สภาฯมีอำนาจในการเสนอร่างรัฐธรรมนูญได้ ทุกอย่างก็จะสามารถเดินหน้าต่อไปได้ โดยตามขั้นตอน สภาฯจะประสานไปยังรัฐบาลเพื่อขอเปิดประชุมสภา สมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (แก้ไขเพิ่มเติม) (ฉบับที่…) พ.ศ…. วาระ 3
และเมื่อสถานการณ์เดินหน้าไปสู่รัฐสภา ความอึมครึมก็จะผุดขึ้นตามมา เหมือนได้นัดหมายกันเอาไว้แล้ว เพราะอย่าลืมว่าก่อนหน้านี้ ส.ว. หลายคนออกมาแสดงท่าทีชัดเจน ว่าคว่ำร่างรัฐธรรมนูญในวาระ 3
“สมพงษ์ อมรวิวัฒน์” ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แสดงความกังวลต่อเรื่องนี้โดยยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ควบคุมไม่ได้
“ การที่ ส.ว.ไม่ให้ผ่านรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไข เพราะเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ดีที่สุดแล้วหรือ แล้วเราจะหาหนทางแก้ปัญหาประเทศได้อย่างไร หากไม่รับ ท่านก็ต้องมีเหตุผลว่า ไม่รับเพราะอะไร แล้วรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะไม่มีทางแก้ไขได้แล้วใช่หรือไม่ จะต้องทำรัฐประหารหรือจึงจะแก้ได้”
อย่างไรก็ดี เวลานี้ดูเหมือนว่า “ฝ่ายรัฐบาล” แทบจะปิดประตูแพ้ไปแล้วด้วยซ้ำ เพราะไม่ว่าเกมแก้รัฐธรรมนูญจะออกมา หน้าไหน โอกาสที่จะได้แก้ไขก็เป็นไปได้ยาก
รวมทั้งยังกลายเป็นว่า ฝ่ายค้านกำลังถูกบีบให้ต้องเล่นตามเกมของรัฐบาลกับส.ว.ด้วยการกลับไปแก้ไขทีละมาตรา และหากที่สุดแล้วไปสู่การเสนอแก้ไขรายมาตราขึ้นมาได้จริง โอกาสที่จะถูกคว่ำ โดยส.ส.ฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายส.ว. ยังรออยู่เบื้องหน้า และที่น่าสนใจไปกว่านั้นยังปรากฎว่า มีส.ว.บางรายประกาศด้วยว่างานนี้ไม่หวั่นไหวถ้าจะต้องมีม็อบมากดดันถึงหน้ารัฐสภา !