เมื่อประกาศยืนยันแล้วว่า "ไม่ลาออก" แม้ "บิ๊กตู่"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันที่หนักหน่วงมากขึ้นก็ตาม แต่เพราะเมื่อตัดสินใจเลือกเดินหน้า "ลุยต่อ"กับ "กลุ่มผู้ชุมนุม" ในนามคณะราษฎร ไปพร้อมๆกับการรุกไล่จาก "ฝ่ายค้าน"ในสภาผู้แทนราษฎร หรือแม้แต่ "ผู้ดีรัตนโกสินทร์" อย่าง "อานันท์ ปันยารชุน" อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ออกมาติง ด้วยการถามว่า นายกฯได้ยินเสียงเรียกร้องจากผู้ชุมนุมหรือไม่ ให้ลาออก แต่ดูเหมือนว่าแท้จริงแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เพียงแต่จะตัดสินใจเดินหน้าต่อ ไม่มีการถอดใจ เหมือนกับที่ก่อนหน้านี้เจ้าตัวเคยออกอาการ "เหนื่อยล้า" เท่านั้น กลับยังน่าสนใจว่า การทอดระยะเวลาการรับมือกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่มี "กุนซือ" หนุนหลังทั้งในและต่างประเทศ กำลังทำให้เกิดปรากฎการณ์ "แนวร่วม" ของฝ่ายรัฐบาลเริ่มต่อกันติด ! การออกมาเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองภาคประชาชน ในนามกลุ่มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น "กลุ่มไทยภักดี" ที่เปิดหน้าชนกับ "แกนนำคณะก้าวหน้า" ที่มี "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" และ "ปิยบุตร แสงกนกกุล" มาตั้งแต่แรก ล่าสุดมีกลุ่มภาคประชาชน ได้ "รับลูก" รับไม้ต่อ ด้วยการแสดงพลัง เพื่อตอบโต้กลุ่มคณะราษฎร ที่ชูเรื่องการปฏิรูปสถาบัน ให้รู้ว่าบ้านนี้เมืองนี้ ยังมีคนอีกมากมายที่รักและเทิดทูนสถาบัน อันเป็นสิ่งรวมใจ เมื่อกลุ่มไทยภักดี เปิดหน้าชนกับม็อบเยาวชนที่ออกมาเคลื่อนไหว ขับไล่นายกฯ ไปพร้อมๆกับเดินหน้าปลุกผู้คนในสังคมให้สนับสนุนแนวคิดการปฏิรูปสถาบัน ได้กลายเป็นการ "ปลุก" แนวร่วมให้แสดงตัว ควบคู่ไปกับการที่ "พรรคพลังประชารัฐ" ให้ไฟเขียวกับสมาชิกพรรคจัดกิจกรรมเพื่อเชิดชูสถาบันตามจังหวัดต่าง ๆ จึงเกิดเป็นภาพ "ม็อบ" ชน "ม็อบ" กระจายออกไปทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ตลอดช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อแนวร่วมหนุนรัฐบาล เทิดทูนสถาบันปรากฏตัวออกมาแสดงพลังมากขึ้น และดูเหมือนว่าจะมาในห้วงจังหวะที่ พล.อ.ประยุทธ์ "ตั้งหลักสู้" ได้แล้ว สิ่งที่ตามมาจากนี้คือการที่ฝ่ายรัฐบาล "วางสนุ๊ก" ให้กับ "ฝั่งตรงข้าม" ต้องเป็นฝ่ายแก้เกมแทน ทั้งการเปิดสนามรบใหม่ที่ชื่อ "คณะกรรมการสมานฉันท์" สื่อเจตนาว่า "ถอยให้" พร้อมที่จะเจรจากับทุกฝ่าย แต่หากฝ่ายค้าน ทั้ง "เพื่อไทย-ก้าวไกล" ไม่เอาด้วย "คำถาม" ก็จะต้องไปตกอยู่กับฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลแทน และที่น่าสนใจไปกว่านั้น เมื่อ "แกนนำนักศึกษา" ตัวหลักๆ ล้วนแล้วแต่ถูกดำเนินคดี อย่างต่อเนื่อง แม้จะมีมวลชนในมือ ก็ใช่แกนนำที่เหลือจะสามารถบริหารมวลชนได้อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกัน แกนนำม็อบเอง ยังต้องหาทางแก้สถานการณ์เพราะยิ่งยืดเยื้อ ยิ่งจะทำให้ มวลชนถอยห่างออกไป เพราะมองไม่เห็น "ชัยชนะ" นอกจากการนัดรวมตัวกันตามที่ต่างๆ สถานการณ์ของผู้ชุมนุมเอง กำลังเข้าสู่ความยากลำบากที่จะยืนระยะกดดัน พล.อ.ประยุทธ์ ให้ลาออก ได้ตามต้องการ เพราะโอกาสทอง ได้ผ่านพ้นไปแล้ว !