"ผมไม่ได้เกลียดชังใครทั้งสิ้นไม่ว่าใครจะว่าร้ายอะไรผมก็ตาม ผมก็ฟังได้และต้องอดทน เพราะเป็นนายกฯใช่หรือไม่ ผมโมโหอะไรมากไม่ได้ เพราะเป็นนายกฯต้องอดทน ต้องไม่โมโห ไม่โกรธง่าย พูดจากให้ไพเราะ และวันนี้ผมก็พูดเพราะกว่าหลายๆคนที่ได้ยินมา ในขณะนี้ ทางออกมีอยู่แล้ว และขอให้เจอทางออกที่ว่านั้น ไม่มีปัญหาอะไรที่แก้ไม่ได้ ขอให้เชื่อมั่นและมั่นใจว่า เราจะต้องเลือกหนทางที่ดีที่สุดให้กับประเทศของเรา ไม่ใช่ผมคนเดียว ทุกคนจะต้องร่วมมือกัน" "บิ๊กตู่"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ตอบคำถรมสื่อ ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมครม. เมื่อวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา น่าสนใจว่า "ทางออก" ที่พล.อ.ประยุทธ์ กำลังพูดถึงนั้น จะเป็นเส้นทางเดียวกันกับ "ฝ่ายค้าน" และ "กลุ่มผู้ชุมนุม" ที่นำโดย คณะราษฎร หรือไม่ เพราะหากที่สุดแล้วเมื่อฝ่ายรัฐบาลที่ระบุว่า ได้ "ถอย" ให้แล้ว พร้อมทั้งยื่นข้อเสนอ ให้ทุกฝ่าย ทุกกลุ่ม ทั้งสิ้น 7 ฝ่าย เข้ามาพูดคุยกัน ผ่าน คณะทำงานศึกษาสร้างความปรองดอง เพื่อหาทางออกร่วมกับกลุ่มผู้ชุมนุม โดยล่าสุด มีสัญญาณ จาก "ชวน หลีกภัย" ประธานรัฐสภา ระบุว่า จากการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ตลอด 2วันที่ผ่านมา ต่างเห็นตรงกันว่า ให้สภาฯเป็นเจ้าภาพตั้งคณะทำงานศึกษาสร้างความปรองดอง ซึ่งได้ประสานไปยังสถาบันพระปกเกล้า เพื่อให้ศึกษารูปแบบหาทางออกร่วมกัน พร้อมทั้งให้ออกแบบโครงสร้างของคณะทำงานว่าควรจะเป็นอย่างไร แต่ดูเหมือนว่า สิ่งที่ฝ่ายรัฐบาล ได้ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของคณะทำงานฯ ครั้งนี้ กำลังไม่ได้รับการ "ตอบสนอง" จากพรรคฝ่ายค้านเท่าใดนัก เพราะมองว่านี่คือการเล่นเกมของฝ่ายรัฐบาลเพื่อ "ซื้อเวลา" แต่ยังไม่ใช่หนทางที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ในประเทศ รวมทั้งยังไม่ได้ตอบสนองต่อ "ข้อเรียกร้อง" ของกลุ่มผู้ชุมนุมที่เคลื่อนไหวชุมนุมขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ ให้ประกาศลาออกจากตำแหน่ง แต่อย่างใด ! ท่าทีจากพรรคเพื่อไทย ที่บัดนี้กำลังพลิกบทขึ้นมาถือธงนำ แทนพรรคก้าวไกล ประกาศชัดเจนว่า ไม่เอาด้วย "การประชุมร่วมรัฐสภาสมัยวิสามัญ ตามญัตติที่รัฐบาลเสนอ และการอภิปรายใน 2 วันที่ผ่านมา มีข้อเสนอชัดเจนและเหตุผลสนับสนุนที่หนักแน่น ซึ่งประชาชนทั้งประเทศรับรู้และเข้าใจ จึงไม่มีความจำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการเพื่อหาทางออกให้กับประเทศเพื่อซื้อเวลา ตามข้อเสนอของฝ่ายรัฐบาล ขณะนี้ จึงเหลือแค่การตัดสินใจของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เท่านั้น ที่จะเป็นทางออกให้กับประเทศ" ประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย แถลงชัดเจนเมื่อประเมินแล้วว่าในห้วงเวลานี้ รัฐบาลและพล.อ.ประยุทธ์ ยังอยู่ในอาการเมาหมัด ยังตั้งตัวไม่ได้ หลังจากที่เจอแรงกดดันทั้งในและนอกสภาฯ อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น หากพรรคเพื่อไทยไม่เดิน "เกมรุก"ให้สุดกระดาน ในจังหวะที่ฝ่ายตรงข้ามกำลังเพลี่ยงพล้ำ จะยิ่งเป็นการเสียโอกาส การประกาศ ไม่ลาออกจากตำแหน่งของ พล.อ.ประยุทธ์ ครั้งล่าสุดเมื่อคืนวันที่ 27 ต.ค.63 ในการแถลงปิดการประชุมสภาฯสมัยวิสามัญ ชัดเจนว่า จะไม่ลาออก เพื่อตัดช่องน้อย หนีปัญหาในยามที่บ้านเมืองกำลังเจอกับวิกฤติ ดูจะเป็นเรื่องที่น่าหนักใจทั้งต่อ "พรรคฝ่ายค้าน" และ กลุ่มผู้ชุมนุมบนท้องถนนอยู่ไม่น้อย ยิ่งรัฐบาลกำลังเล่นบท "ถอยไป บุกไป" เปิดเกมใหม่ๆ พลิกขึ้นมากดดัน ฝ่ายตรงข้ามคืนเป็นระยะๆ เช่นนี้ จะทำอย่างไร จึงจะหาทาง "ปิดเกม" ให้เร็วที่สุด ก่อนที่แนวร่วมจะพากันถอย จนเสียขบวน !