21 ต.ค. 63 เวลา 19.00 น. "บิ๊กตู่"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ทุกฝ่ายโดยเฉพาะ "ผู้ชุมนุม" ใช้สติ ปัญญหาเพื่อแก้ไขปัญหา ทางที่ดีที่สุดคือการนำปัญหาเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภา สมัยวิสามัญซึ่งจะมีขึ้นในสัปดาห์หน้า ระหว่างวันที่ 26-27 ต.ค.และที่น่าสนใจคือการที่ระบุว่า อาจจะประกาศยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ถ้าสถานการณ์ไม่มีความรุนแรง
ในคืนเดียวกัน กลุ่มผู้ชุมนุมที่นำโดย คณะราษฎร2563 เมื่อนัดหมายรวมพลจนได้จำนวนที่มากพอ การเคลื่อนพลมุ่งหน้าไปทำเนียบรัฐบาล ฝ่าด่านเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่ละด่าน จนทำให้ผู้คนในสังคมพากันหวั่นวิตกว่าสถานการณ์การชุมนุมจะจบลงที่ความรุนแรง
แต่แล้วเมื่อผู้ชุมนุมบุกมาประชิดหน้าทำเนียบรัฐบาล ท่ามกลาางบรรยากาศที่ฮึกเหิม จนหลายคนหวั่นใจว่าจะมีการบุกเข้าไปภายในทำเนียบรัฐบาล ที่ทำงานของพล.อ.ประยุทธ์ เหมือนกับที่ม็อบพันธมิตรฯ เคยยึดทำเนียบฯ จนทำให้ "สมชาย วงศ์สวัสดิ์" ต้องกลายเป็น "นายกฯนอกทำเนียบฯ" หรือไม่
แต่ปรากฎว่าแกนนำผู้ชุมนุม ตัดสินใจประกาศยุติการชุมนุมเอาไว้เพียงแค่หน้าทำเนียบรัฐบาล ไม่มีการบุกเข้าไปภายใน ทิ้งเอาไว้ด้วยการยื่นคำขาดให้ พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศลาออกจากตำแหน่งภายใน 3 วัน
ต่อมาเช้าของวันที่ 22 ต.ค. นายกรัฐมนตรี ลงนามในคำสั่งยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง ในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยให้มีผลในช่วงเที่ยงวัน
จากความเคลื่อนไหวของทั้งฝ่ายรัฐบาล และกลุ่มผู้ชุมนุม คล้ายกับว่าจะออกมาในทิศทางที่เรียกว่า "ต่างฝ่ายต่างถอย" ไม่ว่าจะฝ่ายละกี่ก้าวก็ตาม แต่อย่างน้อยที่สุด เมื่อค่ำคืนของวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา การชุมนุมที่นำหน้าโดยคณะราษฎรก็ไม่ได้จบลงที่ความรุนแรง เกิดความสูญเสียด้วยกันทุกฝ่าย
แต่ถึงกระนั้นก็ดูเหมือนว่า ฝ่ายผู้ชุมนุมเองยังไม่วางใจ ว่าในช่วง 3 วันที่รอ "คำตอบ" จากพล.อ.ประยุทธ์ ว่าจะลาออกหรือไม่ จะไม่เจอกับปฏิบัติการตอบโต้และเอาคืนจาก "เครือข่าย" ที่สนับสนุนรัฐบาล
ล่าสุดพรรคพลังประชารัฐ มีมติเมื่อวันที่ 22 ต.ค.ออกมาแล้วว่าไฟเขียวให้สมาชิก และ ส.ส.ทุกคนปกป้องสถาบัน สามารถจัดกิจกรรมในพื้นที่เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี ไม่ว่าจะเป็นการใส่เสื้อเหลือง ออกมาเคลื่อนไหว แสดงจุดยืน เหมือนกับที่จังหวัดชลบุรี นราธิวาส ได้จัดกันมาแล้ว
นอกจากนี้ยังพบว่า บรรดานักการเมือง จากพรรคก้าวไกล ตลอดจนนักวิชาการที่ประกาศตัวสนับสนุนการเคลื่อนไหวของนักศึกษามาตั้งแต่แรก ยังแสดงความกังวลอย่างแข็งกร้าว ว่ารัฐบาลคงถอยไม่จริง เพราะแกนนำหลายคนยังทยอยถูกจับกุมตั้งแต่คืนของวันที่ 21 ต.ค.หลังจากประกาศยุติการชุมนุมลงไปแล้ว
นอกจากนี้ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลเอง เริ่มไม่มั่นใจแล้วว่าที่สุดแล้วเวทีรัฐสภาที่จะมีขึ้นในสัปดาห์หน้านั้นจะเป็น "ทางออก" สำหรับวิกฤติการเมืองครั้งนี้ได้จริงหรือไม่
เพราะอย่าลืมว่าเมื่อเวทีรัฐสภาเปิดขึ้นมาก็จริงอยู่ แต่ดูเหมือนว่า "ข้อเรียกร้อง" จากผู้ชุมนุม ทั้ง 3 ข้อนั้นรัฐบาลทำให้ได้เพียงเรื่องเดียว นั่นคือการให้มีการแก้รัฐธรรมนูญ
ส่วนที่จะให้พล.อ.ประยุทธ์ ลาออกตามที่ต้องการ ก็คงไม่เป็นไม่ได้ เพราะบิ๊กตู่ ประกาศมาตั้งแต่วันแรกๆแล้วว่า "ผมผิดอะไร"
และสำหรับประเด็นที่ว่าด้วยการปฏิรูปสถาบันนั้นจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน ยิ่งเมื่อวันนี้มีสัญญาณตอบโต้จากฝ่ายที่รักสถาบัน ต่างออกมาแสดงพลังกันทั่วประเทศ ขณะเดียวกัน "คนที่อยู่เบื้องหลัง" แนวคิดปฏิรูปสถาบัน "เปิดหน้าเล่น" ออกมา เมื่อแกนนำเยาวชน กำลังถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ย่อมเป็นคำตอบจากรัฐบาล และผู้คนในสังคมได้ชัดเจนว่า ม็อบคณะราษฎร ที่ทุกคนที่ยืนอยู่เบื้องหลัง เสนอแนวคิดที่หมิ่นเหม่ต่อสถาบัน มีแต่จะผิดหวังโดยไม่ต้องเดา !