ทีมข่าวคิดลึก หลายฝ่ายประเมินว่า สถานการณ์ของรัฐบาลในเวลานี้ ตกอยู่ในความเหนื่อยล้าเต็มที ทั้งปัญหาการบ้านเมือง การเมืองรุมถล่มไปที่ตัว"บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไม่เว้นแต่ละวัน ล่าสุดหลายคนยังว่า เหตุใดรัฐบาลจึงเลือกทิ้งระเบิดใส่ตัวเอง ด้วยปัญหาว่าด้วย "แรงงานต่างด้าว" จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันให้อื้ออึงจากนายจ้าง ห้างร้าน นัยว่าได้รับผลกระทบอย่างหนัก หลังจากที่กฎหมายจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวบังคับใช้ ตลอดหลายวันที่ผ่านมา มีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่แรงงานต่างด้าวที่เคยเข้ามาทำงานในประเทศไทย ได้พากันอพยพกลับประเทศ กันอย่างไม่ขาดสาย เนื่องจากพ.ร.ก. การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. ที่ผ่านมา และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย. เป็นต้นไปนั้น มีบทบัญญัติที่ให้มีการลงโทษกับนายจ้างที่รับคนต่างด้าวมาทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน ส่งผลให้นายจ้างพากันลอยแพแรงงานต่างด้าว ทั้งแรงงานจากกัมพูชา ลาว และเมียนมา ที่อยู่ในไทย ผลกระทบที่เกิดขึ้นตามมา หลังจากที่แรงงานต่างด้าวทยอยเดินทางกลับไปประเทศบ้านเกิด กำลังถูกสะท้อนผ่านปัญหาการขาดแรงงานในโรงงานขนาดใหญ่ ตลอดจนธุรกิจหลายประเภท โดยเฉพาะงานประมงซึ่งใช้แรงงานต่างด้าวจำนวนมาก อย่างไรก็ดี ฟากรัฐบาล โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ พยายามทำความเข้าใจว่าเหตุใดรัฐบาลจึงต้องทำทุกอย่างให้ถูกกฎหมาย เพื่อบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวให้เข้าสู่ระบบและที่สำคัญ ยังต้องการขจัดปัญหาการหาผลประโยชน์จากแรงงานต่างด้าวจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ลำพังเรื่องราวของปัญหาแรงงานที่กำลังกดดันรัฐบาลมากพอตัว แต่ยังกลายเป็นว่าเรื่องเล็ก เรื่องน้อย แต่ด้วยระบบราชการ และคนของรัฐกลับไม่สามารถแก้ปัญหา คลี่คลายความเดือดร้อนของประชาชนได้ กรณีการตัดไม้พะยูง ที่โค่นทับบ้านเรือนของประชาชน ที่เจ้าของบ้านต้องรอนานถึง 3 เดือนกว่าจะมีเจ้าหน้าที่มาดำเนินการให้ "เรื่องการตัดไม้พะยูงก็มีปัญหาทุกครั้งตนไม่เข้าใจ เมื่อสื่อนำมาเสนอก็กลายเป็นแย่กันทั้งหมด ผมก็ไปโมโหกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่าทำไมไม่อยากยุ่งกับไม้พะยูงก็เพราะกลัวติดคุก ทั้งที่นายอำเภอกับผู้ว่าฯ ก็มี ก็แค่แก้ไขปัญหา" แน่นอนว่าปัญหาน้อยใหญ่ ที่ดูเหมือนจะวนกลับมาถึงมือ "ผู้นำรัฐบาล" ต้องส่งสัญญาณให้มีการแก้ไขนั้น สามารถสะท้อนสภาพปัญหาได้ด้วยกันหลายมิติ โดยเฉพาะความล่าช้าของระบบราชการที่ดูจะไม่ตอบสนองต่อภารกิจที่เร่งด่วน ของรัฐบาลคสช. แต่อย่างใด สถานการณ์ที่เกิดขึ้นและดำเนินมาต่อเนื่องกว่า 3 ปีของการเข้ามาบริหารประเทศของรัฐบาล คสช.จึงไม่สามารถใช้ "อำนาจ" เพื่อสั่งการ กำกับกลไกซึ่งมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนงานได้ดั่งใจของ พล.อ.ประยุทธ์ รวมทั้งกองเชียร์ที่คาดหวังว่าจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างใด อย่างหนึ่ง ตามที่ คสช.เคยให้สัญญาเอาไว้ แต่ทว่ายิ่งเนิ่นนาน เมื่อนับถอยหลังเข้าสู่โค้งสุดท้ายโรดแมปของคสช. ยิ่งทำให้หัวหน้า คสช. ยิ่งเหนื่อยหนัก จนต้องออกมาลุยเองทุกเรื่องอย่างที่เห็น !