นอกเหนือไปจากกระแสความเคลื่อนไหวทางการเมือง ที่กำลังปรับโหมดเข้าสู่ความร้อนแรง เมื่อใกล้ล่วงเข้าสู่วันที่ 14ตุลาคม เมื่อ กลุ่มเยาวชน นักศึกษาตลอดจนประชาชน ประกาศตัวชุมนุมใหญ่ในนาม "คณะราษฎร"แล้วยังต้องเปิดพื้นที่เอาไว้ให้กับการเปิดตัว "ทีมเศรษฐกิจ" ของรัฐบาล ที่ทำเนียบรัฐบาล ถือเป็นการเปลี่ยนซีนจากมิติทางการเมือง ไปสู่การกระตุกความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจให้กลับคืนมา "บิ๊กตู่"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เปิดตัวทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าจากนี้ไป ไม่ต้องเป็นวิตกกังวลว่าประเทศไทยจะติดหล่มกับพิษเศรษฐกิจ จนไม่สามารถฟื้นขึ้นมาได้ หลังทั่วโลกโดนกระหน่ำจากพิษไวรัสโควิด-19 ทีมเศรษฐกิจที่พล.อ.ประยุทธ์ เปิดตัวพร้อมทั้งแนะนำต่อสื่อมวลชนที่ทำเนียบรัฐบาล คือ "รัฐมนตรี" ในกระทรวงเศรษฐกิจนั่นเอง ทั้ง สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่ และสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังโดยมีพล.อ.ประยุทธ์ คือหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ! " ทุกประเทศกำลังเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจ ทั้งหมดหลายประเทศแย่กว่าเราอีก แต่เรามีศักยภาพอยู่ ดังนั้นเราอย่าทำลายศักยภาพของเราเองด้วยเรื่องที่ไม่ควร เพราะจะทำความเชื่อมั่นต่างๆหายไป แล้วทำอย่างไร จะเอาอะไรกลับคืนมา เอากลับมาไม่ได้แล้ว ถ้าเสียหายตอนนี้ เพราะช่วงนี้เป็นช่วงนี้การแข่งขัน เป็นช่วงการเเก้ปัญหาโควิด และช่วงดำเนินการโลกหลังโควิด ถ้าเราทำลายกันตอนนี้ ถึงเวลาเราจะฟื้นกลับมาไม่ได้เลย เพราะเราไม่ทันเขาแน่นอน จึงขอฝากไปด้วยถึงพี่น้องประชาชนทุกคน ขอให้รักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองให้มากที่สุด ช่วยกันเคารพกฎหมาย เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับคนอื่นแค่นั้นเอง"(12ต.ค.63) ความเชื่อมั่นที่พล.อ.ประยุทธ์ กำลังสร้างให้ประชาชนได้มั่นใจ ต่อทีมเศรษฐกิจ คือภาระที่สำคัญอย่างที่สุด ไม่ด้อยไปกว่าการบริหารจัดการประเด็นความวุ่นวายทางการเมือง โดยเฉพาะการเมืองนอกสภาฯที่ตั้งท่าขับไล่รัฐบาล แต่จงใจลุกลามไปถึง "สถาบัน" หากความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจกลับคืนมา รัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จะทำงานได้ราบรื่นมากขึ้นแต่ในทางตรงกันข้าม ถ้าความเชื่อมั่นยังไม่ได้ รัฐบาลก็จะยิ่ง "อยู่ยาก" มากขึ้นเท่านั้น !