การออกมาประกาศตัวชัดเจนว่าจะเข้าร่วมการชุมนุมใหญ่ของคณะนักศึกษา และภาคประชาชน ในนาม "คณะราษฎร 2563 " ในวันที่ 14 ต.ค.นี้ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยถนนราชดำเนิน ทั้ง "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" หัวหน้าคณะก้าวหน้า และ "พิธา ลิ้มเจริญรัตน์" หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้กลายเป็นความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาไม่น้อย เพราะนี่อาจสะท้อนถึงความจำเป็นที่ทั้ง ธนาธรและพิธา ต้องร่วมมือกัน "จุดพลุ" เพื่อปลุกมวลชนก่อนถึงวันชุมนุมใหญ่ ด้วยหรือไม่ ?
แต่การประกาศท่าทีของธนาธร ว่าจะเข้าร่วมการชุมนุมในวันที่ 14 ต.ค.นี้ยังมีเงื่อนไขว่า เขาเองจะไม่ขึ้นเวทีปราศรัย แต่จะไปร่วมกิจกรรมเท่านั้น
" คณะก้าวหน้าเข้าร่วมการชุมนุมแน่นอน และมองว่าทางออกที่ดีที่สุดในตอนนี้ คือนักศึกษาประชาชนได้ส่งเสียงความต้องการแล้ว ไม่มีครั้งไหนที่มีการเรียกร้องด้วยอุดมการณ์เดียวกันทั่วประเทศ ดังนั้นต้องถามผู้มีอำนาจว่า พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงหรือไม่ พร้อมที่จะรับผิดกับการกระทำที่ผ่านมาและหาทางออกกับสังคมร่วมกันหรือไม่ แต่ผมไม่ได้ถูกทาบทามให้ขึ้นเวทีปราศรัย" (9 ต.ค.63)
แน่นอนว่าสิ่งที่ธนาธร และพิธา หัวหน้าพรรคก้าวไกล ซึ่งคือในความจริงแล้วทั้งคู่ต่างเป็น "เนื้อเดียวกัน" มาตั้งแต่แรกเมื่อครั้งที่ยังมี "พรรคอนาคตใหม่" ย่อมหวังว่าจะส่งผลในทางที่เป็น "บวก" นั่นคือการช่วยเรียกแขก หากองหนุนทั้งประชาชน และส.ส.ของพรรคก้าวไกล ไปจนถึงแกนนำคณะก้าวหน้าให้มาสมทบกับกลุ่มเยาวชน นักศึกษา ในวันชุมนุมใหญ่
เพราะอย่าลืมว่า เวลานี้ปัญหาใหญ่ของม็อบเยาวชน ตลอดจนกลุ่มแนวร่วมคือการที่ถูกโดดเดี่ยวจาก "พรรคเพื่อไทย" ภายหลังจากที่มี "คำสั่ง" ให้ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย ห้ามยุ่งเกี่ยวกับการชุมนุม เนื่องจากไม่ต้องการให้พรรคเพื่อไทยถูกดึงเข้าไปสู่ข้อหา "ล้มล้างสถาบัน" เนื่องจากพรรคเพื่อไทยในยุคปรับทัพใหม่ มีภารกิจใหญ่รออยู่เบื้องหน้า
แม้ก่อนหน้านี้ แกนนำทั้งคณะก้าวหน้า และพรรคก้าวไกลเองจะออกมาปฏิเสธหลายต่อหลายครั้งแล้วว่าเป็นการชุมนุมเพื่อต่อต้านเผด็จการ ขับไล่รัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร ของ "บิ๊กตู่"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แต่ขณะเดียวกัน แกนนำจากฝ่ายการเมืองที่อยู่ตรงข้ามรัฐบาลเองก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า ยังมีแกนนำของม็อบเยาวชนปลดแอก ตลอดจนแนวร่วม ต่างพากันจงใจหยิบยกประเด็นเรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาบัน ขึ้นมาปราศรัย ครั้งแล้วครั้งเล่า
และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการชุมนุมใหญ่ 14 ต.ค.ครั้งนี้ "อานนท์ นำภา" แกนนำม็อบปลดแอก โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กมาหลายวันแล้วว่า จะไม่มีการลดเพดาน ด้วยการงดเว้นไม่พูดเรื่องสถาบันอย่างแน่นอน
แต่ดูเหมือนว่าเมื่อเป้าหมายการพูดถึงสถาบันโดยแกนนำม็อบไม่ยอมลดเพดานลง อีกทั้งล่าสุดยังมีประเด็นที่กลายเป็นเรื่องร้อน เมื่อสถานที่ชุมนุมใหญ่ของม็อบที่ใช้ชื่อว่า คณะราษฎร 2563 ถนนราชดำเนิน คือเส้นทางเสด็จ ฯ เนื่องจากในวันดังกล่าวจะมีพิธีที่วัดพระแก้วพระบรมมหาราชวัง จนทำให้มีผู้คนในสังคมเกิดความไม่พอใจการชุมนุมของม็อบในวันที่ 14 ต.ค.อย่างรุนแรง
จากความล่อแหลมต่อประเด็นที่แกนนำจะยกมาปราศรัยในการชุมนุมที่ว่าด้วยข้อเรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาบัน บวกกับความไม่พอใจที่การชุมนุม อาจจะกระทบต่อเส้นทางเสด็จฯ กำลังกลายเป็น "จุดเปราะบาง" ที่ทำให้พันธมิตรแนวร่วมต้องคิดหนัก
ดังนั้นเมื่อธนาธร และพิธา ประกาศทิ้งไพ่ ว่าจะมาร่วมการชุมนุมใหญ่ ด้วยหวังว่าจะสามารถทำให้ม็อบกลายเป็นม็อบเบิ้มๆ ได้นั้นยังต้องรอลุ้นกันต่อไป ว่าจะเข้าใกล้ความเป็นจริงได้มากน้อยแค่ไหน ?