"วิษณุ เครืองาม" รองนายกรัฐมนตรี ระดับ "มือกฎหมาย" ประจำรัฐบาลออกมาเปิดสูตร "ปรับครม." ด้วยกัน 3 สูตร แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็นรองนายกฯวิษณุ ที่ยังคงยืนยันว่า จนถึงเวลา ยังไม่มีทั้ง "สัญญา" และ "สัญญาณ" ว่าจะมีการปรับครม. ส่งตรงมาจาก "หัวหน้ารัฐบาล" ที่ชื่อ "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แต่อย่างใด มองดูแล้วอาจจะเป็นเรื่องที่ย้อนแย้ง กับสภาพความเป็นจริงที่กำลังเกิดขึ้น เพราะทั้งที่พรรคพลังประชารัฐ ไปจนถึงพรรคร่วมรัฐบาล ต่างอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องบอกว่า "วุ่นวาย อลหม่าน" เต็มไปด้วยบรรยากาศของความขัดแย้งที่คุกรุ่น พร้อมจะปะทุขึ้นมาได้ทุกเมื่อ บ้างก็ถึงขั้นพร้อมจะแตกหัก อย่างในรายของพรรคพลังประชารัฐเอง ที่ "กลุ่มสี่กุมาร" โดนกลุ่มการเมืองในพรรคประกาศลั่นว่า "ไม่เอา" บดขยี้ ให้ออกจากตำแหน่ง "หัวหน้าพรรค"และ "เลขาธิการพรรค" จนล่าสุด ฝ่ายที่ออกโรงไล่ อย่าง "ไพบูลย์ นิติตะวัน" ส.สบัญชีรายชื่อ ของพรรค ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า "อุตตม สาวนายน" รมว.คลัง และรักษาการหัวหน้าพรรค เตรียมดำเนินการเรียกประชุมรักษาการกรรมการบริหารพรรค ในวันที่ 19 มิ.ย.เพื่อกำหนดวาระวันประชุมใหญ่สามัญในการเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ และทราบว่าจะมีการเสนอให้จัดประชุมใหญ่สามัญในวันที่ 3 ก.ค.นี้ หมายความว่า ในวันที่ 3 ก.ค.นี้ จะรู้ชัดแล้วว่า "คณะกรรมการบริหาร" ของพลังประชารัฐ ชุดใหม่ นั้น "หัวหน้าพรรค" จะชื่อ "บิ๊กป้อม"พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และประธานยุทธศาสตร์ ของพรรคตามที่มี "แรงเชียร์" จากคนในพรรคอย่างหนาแน่นหรือไม่ และเลขาธิการพรรคที่จะเปลี่ยนจาก "สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์" รมว.พลังงาน และรักษาการเลขาฯพรรค ไปเป็นใคร การบริหารจัดการความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในพรรคพลังประชารัฐนั้น หลักใหญ่ใจความต้องอาศัย "บารมี" ของบิ๊กป้อม เป็นสำคัญแล้ว ยังพบว่า งานนี้ พล.อ.ประยุทธ์ เองที่จะบอกว่า เรื่องของพรรคพลังประชารัฐไม่เกี่ยวกับตัวเอง เพราะไม่ได้มีตำแหน่งใดๆในพรรคก็ตาม แต่ความเป็นจริงแล้ว เมื่อใดที่บิ๊กตู่ สั่งให้หยุดป่วน กลุ่มก๊วนในพรรคก็ต้องอยู่ในความสงบ แต่สำหรับพรรคร่วมรัฐบาลแล้วอาจกลายเป็นเรื่องที่ต้องบอกว่า "ยากต่อการควบคุม" เพราะในเมื่อการปรับ ครม.รอบนี้ หลายคนที่เคย "พลาดหวัง" จากการตั้งรัฐมนตรีใน ครม. "ประยุทธ์ 2/1" มาแล้วก็ย่อมอดที่จะหวังไม่ได้ว่าตนเองจะได้มีโอกาสเข้าไปงานใน ครม.ได้เช่นกัน สูตรการปรับ ครม.ตามที่รองนายกฯวิษณุ ระบุถึง ก็ไม่มีอะไรซับซ้อน เพราะเคยเกิดขึ้นมาหมดแล้ว ทั้งแบบที่หนึ่ง คือ ไม่แจ้งรัฐมนตรี แบบที่สอง แจ้งรัฐมนตรี หมายความว่าเป็นการบอกให้เขาเขียนลาออก และแบบที่สาม คือแจ้งแต่ว่ายังไม่ได้บอกว่าเมื่อไหร่ แต่ไม่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะใช้สูตรไหนในการปรับ ครม. ก็ต้องยอมรับว่าเกิดแรงกระเพื่อมด้วยกันทั้งสิ้น ! ทั้งภายในพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาลเองที่จะมาโรมรันกันต่อ เมื่อกลุ่มก๊วนในพรรคเสร็จศึกจากปฏิบัติการให้ "โละ" ทีมคณะกรรมการบริหารพรรค ชุดเก่าพ้นจากเก้าอี้ไปแล้ว เกมการเล่นดนตรีจะเกิดขึ้นตามมา ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลนั้น ก็ต้องยอมรับว่า เมื่อมีสัญญาณปรับครม. ผุดขึ้น ความวุ่นวายและการแย่งชิง จะเปิดฉากตามมาทันที ไม่เว้นแม้แต่พรรคใหญ่ทั้งพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทยเท่านั้น แต่พรรคเล็ก พรรคน้อย จะไม่มีใครยอมอยู่นิ่งเฉย แม้แต่พรรครวมพลังประชาชาติไทย ของ "ลุงกำนัน" สุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ก่อตั้งพรรค ที่มีข่าวว่าไปพบกับ พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ และแม้พรรคนี้จะมีเพียงเก้าอี้เดียวคือ "รมว.แรงงาน" ที่มี "ม.ร.ว.จัตุมงคง โสณกุล" นั่งเป็นเจ้ากระทรวง ก็ใช่ว่าจะอยู่ดีมีสุขโดยไม่โดน "แซะ" เก้าอี้ จากคนกันเองในพรรคเช่นกัน ! งานนี้น่าสนใจว่า ในท่ามกลางความวุ่นวายหลังจากที่นายกฯส่งสัญญาณให้ "พรรคร่วมรัฐบาล" ไป "เตรียมตัว" ก็เสมือนเป็นการจงใจโยนเก้าอี้ลงไปให้แก่งแย่งกันเอง ก่อนที่บิ๊กตู่ จะ "เคาะ" เป็นคนสุดท้าย !!