คดีเก่า คดีใหม่ดาหน้าเข้าใส่ "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จนแทบยืนไม่อยู่ ลำพังคดีความที่ถูกร้องสารพัดเรื่อง โดยเฉพาะคดีที่รอการชี้ขาดจาก "ศาลรัฐธรรมนูญ"คือการถือหุ้นในธุรกิจสื่อ ที่ทำเอาหายใจหายคอได้ยากลำบากอยู่แล้ว ล่าสุดเมื่อพรรคอนาคตใหม่ คิดจะ "ขยายแนวรบ"กับรัฐบาลภาค 2 ของคสช. ด้วยการว่าจ้างบริษัทล็อบบี้ยิสต์ในสหรัฐฯ เพื่อดำเนินการทางการเมือง ที่นอกประเทศ กลายเป็น "ข่าวใหญ่" ที่ทำให้ทั้งตัวธนาธรและพรรคอนาคตใหม่ ถูกจับตาหนักมากขึ้นว่าจะเชื่อมโยงกับ "ม็อบต่างชาติ" ที่ออกมาเคลื่อนไหวประท้วง "บิ๊กตู่"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในระหว่างปฏิบัติภารกิจที่สหรัฐฯเมื่อสัปดาห์ก่อนด้วยหรือไม่ ยังไม่นับรวมเมื่อมีนักการเมืองออกมาเปิดเผยว่า แท้จริงแล้วธนาธร ไม่เคยทำบลายทรัสต์เลย หลังจากที่ได้ประกาศเอาไว้ จนได้คะแนนนิยมไปแล้วก่อนหน้านี้ แนวรบของพรรคอนาคตใหม่ วันนี้ต้องบอกว่ามีความได้เปรียบ และเสียเปรียบในคราวเดียวกัน! ที่ว่าได้เปรียบ ก็เพราะโดยจุดแข็งของพรรคและหัวหน้าพรรคที่สามารถสร้างคะแนนนิยม ได้อย่างล้นหลาม จนกวาดส.ส.เข้าสภาฯในการเลือกตั้งครั้งแรกได้81 คน แม้โฆษกพรรคอนาคตใหม่ จะเคยหลุดโจมตีว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ "เฮงซวย" ก็ตามที นอกจากนี้ พรรคอนาคตใหม่ ยังเป็นพรรคที่เปิดแนวรบ สามด้านในคราวเดียวกัน ทั้งในเวทีสภาฯ ผ่านวาระการแถลงนโยบายรัฐบาล และปิดท้ายสมัยประชุมสภาฯด้วยญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 152 ล่าสุดยังขยายแนวรบออกไปยังต่างประเทศ ด้วยการว่าจ้างล็อบบี้ยิสต์ที่สหรัฐฯเพื่อดำเนินการทางการเมืองให้กับธนาธร แต่ปรากฎว่าแนวรบทั้ง 3 ด้านของพรรคอนาคตใหม่ กลับถูกสกัดและโดน "รุกกลับ" จากฝ่ายรัฐบาลด้วยหลากหลายรูปแบบเช่นกัน เมื่อเกมในสภาฯ เจอกับบท "จ่าเฉย"ของพล.อ.ประยุทธ์ ด้วยการไม่ตอบทุกคำถามที่ฝ่ายค้านคาดหวังจะนำมาถล่ม เมื่อเกมนอกสภาฯของ "7พรรคฝ่ายค้าน" เพื่อปลุกระดมประชาชนให้ออกมาสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ยังไม่สามารถ "จุดติด" ขึ้นมา แถมล่าสุด พรรคพลังประชารัฐ ส่ง "แกนนำ" ทั้งจากส่วนกลางลงไปเดินสายประสานกับ "ทีมการเมืองท้องถิ่น" ผุดเวทีพบปะทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนถึงนโยบายและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ไปพร้อมกับการตอกย้ำว่า รัฐบาลเดินหน้าลุยแก้ปัญหาปากท้อง ขณะที่ "พรรคฝ่ายค้าน" ยังวุ่นวายอยู่กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่ง "กินไม่ได้" ในความเป็นจริงแล้วนักวิเคราะห์ทางการเมืองหลายคนเคยประเมินว่า พรรคอนาคตใหม่คือ "ศัตรู" ที่น่ากลัวสำหรับ คสช.ภาค2มากที่สุด และแน่นอนว่า จะเป็นพรรคที่ฉายแสงชนิดบดบังบารมีของ "พรรคเพื่อไทย" จนเกิดเป็นปรากฎการณ์ใหม่ทางการเมือง แต่แล้วปัญหาของพรรคอนาคตใหม่ อาจมีมากไปกว่าที่ตาเห็น เพราะ "แกนนำ" ในพรรคมาจากนักกิจกรรมที่มีจุดหมายในการเคลื่อนไหวชัดเจนว่าต้องการโค่นคสช. แต่กลับไม่ใช่ส.ส.ที่สอบผ่านการเลือกตั้งแล้วเดินเข้าสภาฯแต่อย่างใด และที่สำคัญไปกว่านั้น "มือทำงาน" ของพรรค กำลังสะท้อนให้เห็นแล้วว่ายิ่งเดิน ยิ่งพลาด แถมยังพา "หัวหน้าพรรค" พลาดไปด้วย !