ห้วงเวลานี้ดูเหมือนว่าคีย์แมนระดับ “บิ๊ก” ของขั้วการเมืองต่างต้องทำงานหนักกันไม่น้อย ไหนจะต้องรับมือกับการเลือกตั้งซ่อม เลือกตั้งใหม่ที่ทยอยเกิดขึ้น อันเนื่องมาจากพิษ “ใบเหลือง” บ้าง จากเหตุที่มีส.ส.บางรายต้องโทษติดคุกแล้ว ยังกลายเป็นว่า ทั้ง “พรรคพลังประชารัฐ” และ “พรรคเพื่อไทย” ต่าง เปิดหน้าชน กันอย่างไม่ไมตรี !
เมื่อ “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” ประธานยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทย ออกมาบอกเลยว่า มี “คลิปลับ” อยู่ในมือ เป็นการพูดคุยกันระหว่าง ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลที่นัดกินข้าวกับส.ส.พรรคเพื่อไทย เพื่อชักชวนให้ไปสนับสนุน รัฐบาล
ล่าสุดคุณหญิงสุดารัตน์ บอกเลยว่า ได้นำคลิปที่ว่านี้ มอบให้กับ “ฝ่ายกฎหมาย” ของพรรคเพื่อไทยเพื่อเตรียมดำเนินการทางกฎหมายต่อไป
อีกทั้งงานนี้ยังมีการพาดพิงไปถึง “ผู้มากบารมี” ในรัฐบาล ที่ออกมาแสดงตัว ทั้งที่ยังไม่ได้ระบุชื่อใครเลยด้วยซ้ำ ในท่วงทำนองว่า “ถ้ามา ก็เอา”
แน่นอนว่า “ผู้มากบารมี” ในรัฐบาลที่คุณหญิงสุดารัตน์ พูดถึงจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกเสียจาก “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ “ประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ” เจ้าของวลีที่บอกกับสื่อ ว่า “ถ้ามา ก็เอา” โดยหมายถึงหาก ส.ส.พรรคเพื่อไทย จำนวน 14คนจะย้ายขั้วมาหนุนรัฐบาลจริงตามกระแสข่าวที่สะพัดมากว่าสัปดาห์
ทั้งบิ๊กป้อม และคุณหญิงสุดารัตน์ ต่างออกมาดำเนินบทบาทในลักษณะที่ไม่แตกต่างกัน แต่กลับน่าสนใจ อย่างยิ่ง
เมื่อทั้งคู่ต่างไม่ใช่ “หัวหน้าพรรค”
เมื่อทั้งคู่ ต่างมีสถานะในพรรค คือ “ประธานยุทธศาสตร์” เช่นเดียวกัน
หมายความว่า แท้จริงแล้ว พรรคเพื่อไทยที่วันนี้อยู่ในสภาพ “อ่อนล้า” เนื่องจาก “พรรคอนาคตใหม่” พรรคร่วมฝ่ายค้าน อันถือเป็น “กำลังหลัก” กลับ “ติดบ่วงคดี” ชนิดที่แก้เงื่อนปมได้ยากเต็มที ทั้งคดีเก่า คดีใหม่ ทั้งประเด็นที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับ “หัวหน้าพรรค” ที่ชื่อ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
อีกทั้งยังสะท้อนว่า ทั้งพลังประชารัฐ และเพื่อไทย ต่างขับเคลื่อนโดย “บิ๊ก” อย่างพล.อ.ประวิตร และคุณหญิงสุดารัตน์ โดยที่บทบาทของ “หัวหน้า-เลขาฯพรรค” ถูกลดโทนลงไปโดยปริยายด้วยหรือไม่
อย่างไรก็ดี ทั้งพล.อ.ประวิตร และคุณหญิงสุดารัตน์ ต่างรู้ดีว่า เวลานี้การที่ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย จะย้ายไปสังกัดพรรคการเมืองใหม่ โดยเฉพาะฟากรัฐบาลย่อมเป็นไปได้ไม่ได้ หาก 1.พรรคเพื่อไทย ยังไม่ถูกยุบพรรค และ2.พรรคเพื่อไทย ยังไม่มีมติ “ขับออก” จากพรรค
บรรดา ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่อยากจะแปลงร่างเป็น “งูเห่า” ก็ต้องผิดหวังอย่างแรง แต่ถึงกระนั้นในฐานะที่ทั้งพล.อ.ประวิตร และคุณหญิงสุดารัตน์ ต่างอยู่ในสถานะ “แม่ทัพ” จำต้องแสดงบทบาท เพื่อสร้างผลในเชิงจิตวิทยาให้กับคู่ต่อสู้
โดยเฉพาะคุณหญิงสุดารัตน์ เองที่ว่ากันว่า ต้องแสดงบทบาทการนำให้แจ่มชัด แข็งกร้าว เพราะอย่าลืมว่าในพรรคเพื่อไทยนั้นยังมีส.ส.อีกหลายคน หลายกลุ่ม ที่ไม่ได้ขึ้นกับ ประธานยุทธศาสตร์ ของพรรคคนนี้ !