คำถามที่ “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ที่ถูกสื่อรุกไล่มากที่สุด นาทีนี้ เห็นทีจะไม่พ้นประเด็นที่ว่าด้วยเรื่อง “กลุ่มสส.”ของพรรคเพื่อไทย เตรียมสละเรือ ทิ้งพรรคเพื่อไทย แล้วพากันย้ายขั้วไปอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ เพื่อหนุนรัฐบาล ของ “นายกฯลุงตู่” และมีความเป็นไปได้ว่า คุณหญิงสุดารัตน์ จะต้องตอบคำถามในลักษณะเช่นนี้ วนเวียน ซ้ำไปซ้ำมา จนกว่า “ความจริง” จะปรากฎ ! “เป็นความพยายามมาตลอดของรัฐบาลที่มาด้วยกลไกที่ผิดปกติ จนเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำที่มีพรรคร่วมร่วม 20 พรรค เสถียรภาพไม่มี ก็ต้องดิ้นรน ทุรนทุรายทุกอย่างเพื่อที่จะสืบทอดอำนาจ และอยู่ต่อ ดังนั้น ไม่ใช่เรื่องใหม่ตั้งแต่วันแรกที่เลือกตั้งจบก็มีความพยายามที่จะเพาะฟาร์มงูเห่า ก็ทำมาหลายครั้ง” (23 ก.ย.2562) คุณหญิงสุดารัตน์ ให้สัมภาษณ์สื่อที่พรรคเพื่อไทย แน่นอนว่าการทำฟาร์มงู ของพรรคพลังประชารัฐ พรรคแกนนำรัฐบาลตามที่คุณหญิงสุดารัตน์ ยกขึ้นมากระแทกกลับ เมื่อมีรายงานสะพัด ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ส.ส.พรรคเพื่อไทย นำโดย “นิรันดร์ นาเมืองรักษ์” ส.ส.ร้อยเอ็ด พาเพื่อนส.ส.สายอีสาน ไปกินข้าวกับแกนนำกลุ่มสามมิตร ของพลังประชารัฐ ราว 14 คน แต่บ้างก็ว่า ส.ส.ที่อยู่ในก๊วน เตรียมสละเรือทิ้งพรรคเพื่อไทยนั้นมีมากถึง 20 คน ปัญหาเรื่องการดึงส.ส.ของพรรคเพื่อไทยให้ไปอยู่กับพรรคพลังประชารัฐนั้น ถือเป็น “เรื่องด่วน” ที่ต้องจัดการให้จบ ก่อนจะถึงวันพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ที่เตรียมจะเข้าสู่วาระการประชุมในเดือนต.ค.นั้น พรรคเพื่อไทยถือเป็น “เป้าหมายใหญ่” เพราะ หนึ่ง มีสถานะเป็นส.ส.ในสภาฯอยู่แล้ว! และสอง สถานะความเป็นส.ส.ของพรรคเพื่อไทย ย่อมหนักแน่นมั่นคงกว่าการเป็นส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่ ที่ยังต้องรอลุ้นระทึกผลจากคดีความของ หัวหน้าพรรคที่ชื่อ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” จนอาจส่งผลต่อ “ชะตากรรม” ของส.ส.ทั้งพรรค ! ลำพังปัญหาการที่พรรคเพื่อไทย ถูกพรรคพลังประชารัฐ ส่ง “มือดี” มาเปิดดีลดึงส.ส.สายอีสาน ก็ยุ่งยากมากพออยู่แล้ว มิหนำซ้ำสถานการณ์ของพรรคเพื่อไทย ในสนามเลือกตั้งกทม. ในวาระชิงเก้าอี้ “ผู้ว่าฯกทม.” ยังไม่มีความชัดเจน ว่าพรรคเพื่อไทย จะสู้แบบไหน หรือจะสู้หรือไม่ ? ยิ่งมีข่าวว่า “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” แกนนำพรรคเพื่อไทย บินไปพบ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกฯ และในฐานะเจ้าของพรรคตัวจริง เพื่อแจ้งความประสงค์ว่าจะขอลงสมัครในนาม “อิสระ” ไม่ขอสังกัดพรรคเพื่อไทย ยิ่งทำให้ ปัญหาภายในพรรคเพื่อไทย ยิ่งเกิดบาดแผลกว้างออกไป อาการของพรรคเพื่อไทย เวลานี้ แม้จะมี “หัวหน้าพรรค” ที่ชื่อ “สมพงษ์ อมรวิวัฒน์” มีเลขาธิการพรรค ชื่อ “น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ” แต่กลับดูเหมือนว่า บรรยากาศภายในพรรคเต็มไปด้วยความอ้างว้าง ขั้วการเมืองระหว่าง “ทีมหัวหน้าพรรค” กับ “ทีมเลขาฯพรรค” ต่างคนต่างอยู่ แม้จะทำกิจกรรมด้วยกัน เพราะฝ่ายสมพงษ์ ขึ้นอยู่กับ “เยาวภา วงศ์สวัสดิ์” น้องสาวอดีตนายกฯทักษิณ ขณะที่น.อ.อนุดิษฐ์ ก็รอฟังคำสั่งคุณหญิงสุดารัตน์ เมื่อความกลมเกลียวไม่มี ความเข้มแข็งย่อมไม่เกิด และที่สุดแล้วนี่คือ “จุดอ่อน” เป็นช่องโหว่ที่ฝั่งตรงข้าม เฝ้ามอง และรู้ดีว่า จะโจมตีทัพเพื่อไทย ให้แตกพ่ายได้อย่างไร ?