เมื่อในห้วงนี้อยู่ในระหว่างปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรแน่นอนว่า ส.ส. และแต่ละพรรคการเมืองจะได้ใช้โอกาสนี้ทำกิจ
กรรมกันอย่างคึกคัก ทั้งการเดินสายให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดย"7 พรรคฝ่ายค้าน" ไปจนถึงการเตรียมตัวเพื่อลงสู้ศึกในสนามเลือกตั้งซ่อมที่นครปฐม เขต 5
รวมทั้งการเตรียมตัวชิงชัยในสนามเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
เช่นเดียวกันกับฝ่ายรัฐบาลเองที่จะได้ใช้ห้วงเวลานี้ ได้หยุดพักหายใจ มีเวลาเดินหน้าทำงานโดยไม่ต้องพะวงกับ "ศึกในสภาฯ"ที่เพิ่งส่งท้ายการประชุมสภาฯ ด้วยญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยไม่มีการลงมติ ตามมาตรา152
เมื่อจังหวะที่อยู่ในระหว่างปิดสมัยประชุมสภาฯ คือโอกาสทองที่ทุกพรรค ทุกฝ่าย จะบริหารจัดการทุกความได้เปรียบ ที่มีอยู่ในมือในห้วงนี้ ย่อมถือว่าเหมาะสมอย่างที่สุดโดยเฉพาะฝ่ายรัฐบาลเอง ที่ต้องไม่ลืมว่า วาระสำคัญที่ยังรออยู่เบื้องหน้า คือการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี2563 ซึ่งถือเป็นกฎหมายการเงินฉบับแรกของรัฐบาล "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่จะต้องผ่านไปให้ได้
ความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่กำลังสร้างความวุ่นวายใจและปลุกความขัดแย้งขึ้นใน "พรรคเพื่อไทย" เวลานี้คงไม่มีประเด็นไหนร้อนแรงไปกว่า กระแสข่าวที่ว่า ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย เกือบ 20 ชีวิตเตรียมแปลงร่างเป็น "งูเห่า"
จนทำให้ "น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ"เลขาธิการพรรคเพื่อไทย อดรนทนไม่ไหวออกมาระบุว่าเรื่องนี้จะต้องมีการตรวจสอบ โดยสืบเนื่องมาจากกรณีที่ "นิรันดร์ นาเมืองรักษ์" ส.ส.ร้อยเอ็ด พาพรรคพวกเพื่อน ส.ส. ไปกินข้าวกับ "สมศักดิ์ เทพสุทิน" รมว.ยุติธรรม และ"สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ" รมว.อุตสาหกรรม สองแกนนำกลุ่มสามมิตร ซึ่งล่าสุดนิรันดร์ ยืนยันว่าแค่กินข้าวกับ"เพื่อนเก่า" แต่ยังไม่มี ส.ส. พรรคเพื่อไทยคนไหน คิดจะย้ายพรรคตามที่มีข่าวลือแต่อย่างใด
อย่างไรก็ดี สถานการณ์เสียงปริ่มน้ำของรัฐบาลนายกฯ ลุงตู่ ยังอยู่ในสภาพที่ไม่น่าไว้วางใจนัก ยิ่งเมื่อเปิดประชุมสภาฯ สมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ2563 หมายความว่าพรรคพลังประชารัฐ จะต้องเร่งแก้ไขปัญหาเสียงปริ่มน้ำให้ได้โดยเร็วที่สุด
เพราะอย่าลืมว่า เวลานี้รัฐบาลมี ส.ส.ทั้งสิ้น 254 คน แยกไปเป็น"ฝ่ายค้านอิสระ" 2 เสียงจะเหลือ252 คน และยังมี ส.ส.ของพลังประชารัฐที่เข้าข่ายต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ด้วยกันทั้งสิ้นอีก4ราย โดยแบ่งเป็นพ.ต.ท.ไวพจน์อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร เขต 2 ที่โดนคดีเสื้อแดงบุกทำลายโรงแรมรอยัลคลิฟบีช 2552 โดยศาลฎีกาตัดสินจำคุก 4 ปีกับ 12 แกนนำ นปช. โดย1 ในนั้นมี พ.ต.ท.ไวพจน์ รวมอยู่ด้วย นอกจากนี้ยังมี "3 ส.ส." ของพลังประชารัฐ ที่จะต้องโดนพิษจากคดีทุจริตการสร้างสนามฟุตซอลที่โคราช ซึ่งต้องรอลุ้นคำพิพากษาที่ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
และหากผลออกมาในทางที่เป็นลบ จะทำให้เสียงของพรรคพลังประชารัฐ หายไปอีก 3 เสียงและเมื่อตัดเสียงโหวต "ประธานรองประธานสภาฯ" ออก ไปอีก 3 เสียง เบ็ดเสร็จ รัฐบาลจะเหลือเพียง249 เสียง ขณะที่ฝ่ายค้าน มีอยู่ทั้งสิ้น 246 เสียง แต่เข้าไปอยู่ในสภาฯได้จริงเพียง 244 คน เนื่องจากธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่อยู่ในระหว่างคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. และอีก 1 เสียงจะอยู่ที่การเลือกตั้งซ่อมที่ นครปฐม เขต 5 ซึ่งพรรคอนาคตใหม่ หมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องรักษาที่นั่งเอาไว้ให้ได้
แน่นอนว่า การแก้ไขปัญหาเสียงปริ่มน้ำของพรรคพลังประชารัฐ เพื่อรองรับการพิจารณาร่างกฎหมายการเงินฉบับแรก ของรัฐบาล"ประยุทธ์ 2/1"ที่ว่ากันว่างานนี้พลังประชารัฐ จะไม่ยอมกลับไปพร้อมกับความพ่ายแพ้ ไม่ว่าจะต้องใช้กลยุทธ์ทั้งบู๊ และบุ๋น เพื่อให้ได้"งูเห่า" จากพรรคเพื่อไทย ไปจนถึงการรอช้อน ส.ส. จากพรรคอนาคตใหม่ หากมีอันต้องถูกยุบ ขึ้นมาจริงก็ล้วนแล้วแต่เป็นหนทางที่ต้องจัดการให้เบ็ดเสร็จ !