ประเด็นลึก / ทีมข่าวคิดลึก
"ชัยชนะ" และ "ความพ่ายแพ้" ที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งส.ส. "24 มีนา 2562" ที่ผ่านมา ทุกพรรคการเมือง จะต้องนำกลับมาทบทวน มองหาจุดอ่อน จุดแข็ง เพื่ออุดรอยรั่ว เพื่อเตรียมรอรับศึกเลือก "สนามเล็ก" ที่ไม่เล็ก อย่างการเลือก "ผู้ว่าฯกทม." ในเร็วๆนี้
ยิ่งการเลือกตั้งส.ส.กทม.เมื่อวันที่ 24 มีนาคม ที่ผ่านมาได้ก่อให้เกิด "บิ๊กเซอร์ไพรซ์" เพราะ "เจ้าถิ่น"อย่าง "พรรคประชาธิปัตย์" ไม่สามารถ "รักษาที่นั่งส.ส." เอาไว้ได้เลยสักที่นั่งเดียว มิหนำซ้ำยังไม่ใช่เพียงแค่ พ่ายแพ้ต่อ "คู่ปรับเก่า" อย่าง "พรรคเพื่อไทย" แต่ยังกลายเป็นว่าคนกรุงเทพฯ พากันไปเทใจกับพรรคหน้าใหม่ อย่าง "พรรคอนาคตใหม่-พรรคพลังประชารัฐ" ที่กวาดส.ส.กทม.ไปได้ต่อหน้าต่อตา
โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ที่ไม่ได้ส.ส.กทม.เลยสักที่นั่งเดียว !
ส่วนพรรคเพื่อไทย ได้ 9 ที่นั่ง พรรคพลังประชารัฐได้ 12 ที่นั่ง และพรรคอนาคตใหม่ ได้9 ที่นั่งจากเขตเลือกตั้งทั้งสิ้น 30 เขต
การเมืองสนามกทม. นั้นถือว่าเป็นสนามปราบเซียนอยู่ไม่น้อย ด้วยธรรมชาติของคนกรุงเทพฯ ที่ผันแปรไปตามข้อมูลข่าวสาร และอารมณ์ความรู้สึก แต่ที่น่าสนใจไปกว่านั้น คือการที่สนามกทม.รอบนี้ เปิดทางให้พรรคอนาคตใหม่เข้ามาปักธง เป็นครั้งแรกได้สำเร็จ
เวลานี้แต่ละพรรคการเมือง ต่างเริ่มส่งสัญญาณ โยนหินลงมาถามทางเพื่อ "หยั่งเสียง" ผ่านว่าที่แคนดิเดต ของพรรคกันค่อนข้างคึกคัก
โดยเฉพาะพรรคอนาคตใหม่ที่ดูจะมีความหวังมากกว่าใครเพื่อน เพราะอย่างน้อยที่สุดพรรคพอที่จะประเมินได้แล้วว่า คนในกทม.นั้นย่อมไม่ใช่มีเป้าหมายเฉพาะวัยทำงานเท่านั้น หากแต่ยังเพ่งมองไปถึง "คนรุ่นใหม่" ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของพรรค
ยิ่งเมื่อพรรคโยนชื่อ "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ว่าอาจจะลงมาชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม. ยิ่งทำให้พรรคคู่แข่งอยู่สถานการณ์ที่ยากลำบากไม่น้อย
ขณะที่พรรคเพื่อไทยเองแม้รอบนี้มีส.ส.กทม.จับจองพื้นที่ก็ตาม แต่ปัญหาใหญ่ กลับไปอยู่ที่ว่า จะส่งใคร ลงมาชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม. เพราะ "ชัชชาติ สิทธิพันธุ์" อดีตแคนดิเดตนายกฯ และแกนนำพรรคเพื่อไทย ได้บินไปพบ "ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกฯ ที่สิงคโปร์ เพื่อบอกถึงความประสงค์ของชัชชาติ เองว่าจะขอลงสมัคร ในนาม "อิสระ" เพราะหากสวมเสื้อ พรรคเพื่อไทยลงสนาม โอกาสของชัชชาติ จะสะดุดทันที
ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าชื่อของชัชชาติ นั้นขายได้ อย่างไม่ต้องสงสัย แม้เจ้าตัวจะเคยพลาดหวังเมื่อครั้งที่พรรคเพื่อไทยหันไปเทน้ำหนักหนุน "คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์" ให้เป็นแครดิเดตนายกฯชิงกับพล.อ.ประยุทธ์
แต่เมื่อชัชชาติ ตัดสินใจแล้วว่าการลงสนามในนาม "อิสระ" ย่อมมีโอกาส สูงที่จะแสดงให้เห็นว่า เขาได้ปลดตัวเองออกจากสังกัดพรรคเพื่อไทย ไม่เช่นนั้นแล้วจะกลายเป็น "เป้าโจมตี" จากฝ่ายตรงข้าม อย่างไม่ต้องสงสัย
และแน่นอนว่าการตัดสินใจของชัชชาติที่จะขอลงในนาม อิสระไม่สังกัดพรรคเพื่อไทย นั้นจะไปสร้างปัญหาตามมาระลอกใหม่ว่า อดีตนายกฯทักษิณ จะปรับแผนการเล่นอย่างไร
เมื่อมองกลับมาที่พรรคประชาธิปัตย์เอง อาจจะต้องถือว่าอยู่ในที่นั่งลำบาก หากพรรคอนาคตใหม่ส่งธนาธร ลงชิงเก้าอี้ และหากมีชื่อชัชชาติ ลงมาแก้มือที่สนามกทม. เพราะเวลานี้พรรคประชาธิปัตย์ ยังไม่มีตัวบุคคลที่ลงมาชนกับคู่แข่งชนิดสมน้ำสมเนื้อ
สถานการณ์การเมืองในสนามกทม. หลังเสร็จศึกเลือกตั้งส.ส. เมื่อวันที่ 24 มี.ค.2562 ที่ผ่านมา กำลังสะท้อนสภาพการต่อสู้ที่เข้มข้น โดยเฉพาะสองพรรคใหญ่ทั้งประชาธิปัตย์และเพื่อไทยที่เคยต่อสู้กัน กลับต้องมาเจอกับ "คู่แข่งหน้าใหม่" ที่มีอาวุธครบเครื่องอีกด้วย!