สถาพร ศรีสัจจัง
โจรก็คือโจร(A thief is a thief)ที่อาจประเมินได้ว่า แม้จะไม่เป็น DNA.ที่ย่อมาจาก
“deoxyribonucleic acid”(สารพันธุกรรมที่เก็บข้อมูลและถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต) แต่ต้องเป็นสิ่งที่อาจเรียกว่า “DNA.ทางวัฒนธรรม” (CDNA=Cultural deoxyribonucleic
acid)
นั่นคือลักษณะพันธุกรรมทางสังคมในการส่งต่อสืบทอด “การปล้น หรือ การทำร้ายผู้อื่น หรือ ทำร้ายโลกทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม”(Cultural Heritage)
มี “ผู้รู้” หลายเสียงสรุปตรงกันว่า “นักการเมือง” (The Politician)ของ “ชาวอเมริกัน” ที่กลายมาเป็น “ชนชั้นครอง” หรือ “รัฐบาล” ทุกยุคทุกสมัย ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งประเทศเมื่อสักประมาณ 2 ร้อยกว่าปีก่อน มี“CDNA” สืบทอดส่งต่อกันมาเช่นนั้น
คือมีรากเหง้าทางวัฒนธรรมในการปล้น แย่งชิง และเข่นฆ่าเจ้าทรัพย์อย่างไม่เคยสนใจหรือยี่หระต่อกฎกติกา โดยเฉพาะต่อ “จริยธรรม” แบบ “มนุษย์” แต่อย่างใด!
เมื่อเริ่มต้นโดยผู้อพยพมาจากหลากแหล่งหลากถิ่น(ส่วนใหญ่มาจากยุโรป เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส เสปญ อิตาลี และ เนเธอร์แลนด์ เป็นต้น) ก็เข้ายึดพื้นที่ตามลุ่มน้ำในทวีปอเมริกาเหนือต่างๆ(ตะวันตกบอกว่าคือดินแดนที่ “โคลัมบัส” ค้นพบ) ตามแต่กลุ่มหรือพลพรรคเครือข่ายจะมีข้อมูลพาไป เพื่อหาแผ่นดินตั้งถิ่นฐานใหม่
เมื่อเริ่มตั้งหลักปักฐานก็เริ่มรบราฆ่าฟันกันเองอยู่ไม่น้อย แย่งชิงผลประโยชน์กันมาเรื่อยๆ ท้ายที่สุดที่ต้องรวมตัวกันก็เพื่อระดมพลังในการ “ปลดปล่อย” จากจักรวรรดิที่เป็นประเทศแม่ไห้สำเร็จ ที่สำคัญคือการปลดปล่อยจากอังกฤษ
ต่อมาเมื่อพลังทางการผลิตขยายตัว ผู้คนมากขึ้น จนต้องขยายพื้นที่ แสวงหาดินแดนแผ่นดินใหม่เพิ่มขึ้น เพื่อการ “ทำมาหากิน” และเพื่อ “แสวงหาความมั่งคั่ง” จึงเริ่ม “บุก” ดินแดนภาคตะวันตกของทวีปอเมริกาเหนืออันแสนจะเวิ้งว้างกว้างไกล
ตอนนั้นแผ่นดินดังกล่าวเป็นพื้นที่อยู่อาศัยของชนพื้นเมืองดั้งเดิมที่มีชื่อเป็นที่รู้จักกันทั่วโลกในภายหลังอย่างกว้างขวาง ด้วยภาพยนต์โฆษณาชวนเชื่อ(ส่วนใหญ่)ของ “ฮอลลีวู้ด” เพื่อให้เห็นถึงความ “โคตรเก่ง” ของบรรดา “พระเอกแบบอเมริกัน”
ที่เราๆรู้จักกันในรูปแบบของ “หนังคาวบอยอเมริกัน” จากแหล่งผลิต “ฮอลลีวูด” อันยิ่งใหญ่ของอเมริกันในอดีตนั่นแหละ
คู่ต่อสู้ของบรรดา “พระเอกคาวบอย” ที่เรียกว่า “อินเดียนแดง” (Red Indian)ที่ถูกสร้างภาพให้เป็น “คนป่าเถื่อน” หรือ “เผ่าคนเถื่อน” เหล่านั้นเอง ที่คือเจ้าของแผ่นดินแถบถิ่นตะวันตกดั้งเดิมทั้งหมดของสหรัฐอเมริกาปัจจุบัน
หลังจากบุกรุกเข้าไปทำลายฆ่าฟันคนพื้นเมือง(ด้วยวิธีการอันหลากหลาย)ลงได้แล้วอย่างเป็นด้านหลัก(ด้วยอาวุธสมัยใหม่และวิทยาการที่เหนือกว่าแบบเทียบกันไม่ได้)พวกเขาก็ “สถาปนา” ทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อแสดงการยึดครองผลประโยชน์ในรูปแบบต่างๆขึ้น
ตั้งแต่การกระตุ้นให้ผู้คนไปตั้งรกรากเพื่อการ “ขุดทอง” การสร้างทางรถไฟผ่านพื้นที่ต่างๆ และที่สำคัญคือการสำรวจแร่ธาตุทั้งหลาย โดนเน้นไปที่ “ปิโตรเลียม” อันประกอบด้วย “น้ำมัน” ก๊าซธรรมชาติ ที่พบว่ามีอยู่ในดินแดนแถบถิ่นนี้อย่างมหาศาล!
นั่นคือภาพของความเป็น “โจรปล้นน้ำมัน” ยุคแรกๆของชนชั้นนำที่เป็น “นักการเมือง” ในนามของสิ่งที่เรียกว่า “รัฐบาลอเมริกัน”!
พวกเขาใช้อำนาจในฐานะ “นักการเมือง” กลุ่ม “อีลีท” ของอเมริกันดังกล่าว ออกกฎหมายไว้อย่างมากมายหลายฉบับ เพื่อรองรับการใช้อำนาจจากความเป็น “จักรวรรดิ” ของตนสร้างความชอบธรรมในการรุกราน เพื่อ “ปล้น” ประเทศอื่นหรือชาติพันธุ์อื่น ในรูปแบบต่างๆหลังจากการ “ปล้น” และ ทำลายชาติพันธุ์อินเดียนแดงเจ้าถิ่นจนพังพินาศย่อยยับไปนานแล้ว
หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สหรัฐอเมริกาที่เป็น “ประเทศผู้นำที่ชนะสงคราม” ซึ่งไม่ได้รับความสูญเสียอะไรมากนัก ขณะที่ประเทศจักวรรดิดั้งเดิมที่ชนะสงครามเช่นกัน อย่างอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน หรือแม้แต่รัสเซีย ล้วนต้องสูญเสียมากมาก ทั้งผู้คน ทรัพย์สิน และกำลังขวัญของผู้คนจากสงครามดังกล่าว
สหรัฐอเมริกายามนั้นจึง “สยายปีก” แสดงตัวเป็น “ลูกพี่” ชาติเล็กชาติน้อยที่ส่วนใหญ่เพิ่งสามารถปลดปล่อย “แอก” จากการเป็น “อาณานิคม” ของจักรวรรดินิยมแบบเก่า
และสำคัญที่สุดก็คือ ความสำเร็จจากโครงการระเบิดปรมาณู (ใช้ทิ้งใส่ญี่ปุ่นที่ไม่เคยรู้จัก) ทำให้รัฐบาลอเมริกันทุ่มเทงบประมาณอย่างมหาศาลไปที่ “งบกลาโหม” เพื่อสร้างแสนยานุภาพทางทหารและอาวุธทำลายล้างสมัยใหม่!
แล้ว “คู่แข่ง” อย่าง “สหภาพโซเวียต” ( Union of Soviet Socialist Republics-USSR) ก็ถึงแก่ชะตากรรมล่มสลายลงในปี ค.ศ.1991
สหรัฐอเมริกาจึงกลายเป็น “มหาอำนาจเดียว” (Unipolarity)ของโลกตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา(ก่อนที่สาธารณรัฐประชาชนจีนจะค่อยๆสั่งสมพลังเติบโตในทุกด้านขึ้นเทียบเคียงเรื่อยๆจนถึงยุคปัจจุบัน)
ท่ามกลางความล้มละลายทางสังคมภายใน(ที่เริ่มเน่าเฟะเพราะสั่งสมความเสรีแบบไม่มีหูรูดมายาวนาน) สหรัฐอเมริกาเริ่มเห็นลางหายนะของประเทศตัวเอง พร้อมๆกับการที่ประเทศเป็นหนี้สินแบบมโหฬาร(เพราะการใช้อย่างฟุ่มเฟือยแบบลัทธิเสรีนิยม และการใช้งบประมาณทางการทหารมากแบบสุดขั้ว) นักการเมืองกลุ่มกุมอำนาจของอเมริกันรู้ดีว่า เพื่อการดำรงอำนาจอยู่ได้ พวกเขาต้องใช้ “การได้เปรียบเชิงกล”ในการมีแสนยานุภาพทางการทหารและอาวุธทำลายล้างเป็นเครื่องมือ
และแล้วธาตุแท้ของ “CDNA” ในความเป็นเป็นวัฒนธรรม “โจร” ก็ทำให้เกิด “โจรปล้นโลก” ขึ้นอย่างชัดแจ้งในที่สุดภาพปรากฏกรณี “เวเนซูเอลลา” วันนี้ แสดงภาพยืนยันให้โลกเห็นเช่นนั้น!!!!








