สถาพร ศรีสัจจัง
ลองคลิกเข้าไปถาม ‘อากู๋’ ว่า “เดรัจฉาน” คืออะไร? เจ้า ‘AI’ โผล่หัวมาเสือกตอบก่อนใครอื่นว่า “…เดรัจฉาน ปกติใช้เพื่อเรียกสัตว์ทั่วไปที่ไม่ใช่ ‘มนุษย์’ (ผู้มีใจสูง คือมี ‘ศีลธรรม’) ความหมายตามรากศัพท์ หมายถึงสิ่งมีชีวิตที่เคลื่อนไปในแนวขวางลำตัว นอกจากนี้ยังมักใช้เป็นคำด่า หรือเปรียบเปรยถึง ‘คน’ ที่มีพฤติกรรมต่ำช้า ไร้ศีลธรรม ไม่รู้ผิดชอบชั่วดี หรือไร้ความเมตตาปรานี”
ส่วนคำ “อภิ” พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานให้ความหมายไว้ว่า “คำประกอบหน้าศัพท์ที่มาจากภาษาบาลีและสันสกฤต มีความหมายว่า ยิ่ง วิเศษ เหนือ…
เดรัจฉาน มาจากรากศัพท์บาลีว่า “ติรจฺฉาน” (อ่านว่า‘ติ-รัด-ฉา-นะ’)
สองคำนี้เมื่อนำมาประกอบเข้ากันเกิดเป็นคำใหม่ว่า “อภิเดรัจฉาน” จึงมีความหมาย (โดยอรรถ)ว่า “เดรัจฉานที่เหนือหรือยิ่งกว่าเดรัจฉานทั้งหลาย”
ความหมายตรงในบทความนี้ มุ่งให้หมายถึง “อภิเดรัจฉาน” ที่มีรูปลักษณ์เหมือน “คนทั่วๆไป” แต่เป็นกลุ่มคนที่มี ‘ศีลธรรม’ ทางจิตใจสามานย์ต่ำทราม “…ไร้ศีลธรรม ไม่รู้ผิดชอบชั่วดี หรือ ไร้ความเมตตาปรานี” อย่างที่เจ้า ‘เอไอ.’ ได้นิยามไว้ให้นั่นแหละ!
“ศีลธรรม” นั้น โดยทั่วไปถือกันว่าเป็น “วัฒนธรรม” เชิงปฏิบัติชั้นสูงสุดของ ‘มนุษย์’ (ผู้มีใจสูงกว่าสัตว์เดรัจฉานแล้ว) ที่ส่วนใหญ่มักปรากฏอยู่ในคำสอนของบรรดาศาสนาสำคัญๆทั้งหลายของโลกที่ตรงกัน
แกนกลางคำสอนของแทบทุกศาสนา มักมีจุดมุ่งหมายตรงกัน คือต้องการให้ “คน” หรือ“มนุษย์” (ที่พัฒนาต่อยอดมาจากพันธุกรรมชีวิตที่นักวิทยาศาสตร์เรียกกันว่า ‘โฮโมเซเปียนส์’)
หลุดพ้นจากความ “ดิบเถื่อน” แบบสัตว์เดรัจฉานไปสู่ความมี “ศีลธรรม” เพื่อให้สามารถมีความสัมพันธ์และอยู่ร่วมสังคมกันอย่างสงบสุขสันติ
โดยเฉพาะเรื่องการไม่เบียดเบียน ข่มเหงรังแก หรือมุ่งทำร้ายทำลายชีวิตอื่น!
การเกิด “ศาสดา” ของศาสนาสำคัญๆของโลกนั้น อาจกล่าวได้ว่าเกิดขึ้นในขอบเขตทั่วโลก ในแหล่งอารยธรรมสำคัญๆที่คนซึ่งพัฒนาจากเผ่าพันธุ์สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า “โอโมเซเปียนส์” ได้
ก่อตั้งสังคมขึ้น
โดยเฉพาะในเขตลุ่มน้ำ “เมโสโปเตเมีย” ที่เชื่อมโยงถึงระหว่างตะวันตก-ตะวันออกและ
อาฟริกา รวมถึงทางลุ่มน้ำสำคัญๆของทวีปเอเซีย อย่างลุ่มน้ำสินธุ-คงคาของอินเดีย ลุ่มน้ำฮวงโหและแยงซีเกียง ของจีน เป็นต้น
ศาสนาสำคัญที่เกิดขึ้นในช่วงตั้งแต่ประมาณ 1,000-4,000 ปีก่อน (ตามหลักฐานที่พอจะอ้างอิงได้ในยุคนี้)นับแต่ศาสนาฮินดู(อินเดีย)-ศาสนายูดาห์(ยิว)-ศาสนาโซโรแอสเตอร์
(เปอร์เซีย)-ลัทธิเต๋า(จีน)-ศาสนาพุทธ(ชมพูทวีป/อินเดีย)-ศาสนาเชน(อินเดีย)-ศาสนาคริสต์
(แถบมณฑลกาลิลีของโรมัน/แถบปาเลสไตน์และอิสราเอลปัจจุบัน)-ศาสนาอิสลาม(เมืองMecca/ประเทศซาอุดีอาระเบีย ปัจจุบัน)-ศาสนาซิกข์(Sikhism-อินเดีย) เป็นต้น
หลักคำสอนเรื่องการมุ่งให้มนุษย์ไม่ข่มเหงรังแก เบียดเบียน หรือทำลายชีวิตกันนั้น มีให้เห็น เช่น หลัก “อหิงสา” (Ahimsa) ของศาสนาฮินดู/หลัก “Lo tirsah” (โล ติรซาฮ์)ในภาษาฮีบรู ที่แปลว่า “ห้ามฆ่าคน” ซึ่งเป็นข้อที่ 6 ใน ‘บัญญัติ 10 ประการ’ (Ten Commandments)ที่พระเจ้าทรงประทานผ่านโมเสส ดังมีบันทึกอยู่ในคัมภีร์โทราห์
เฉพาะศาสนาพุทธที่เกิดในชมพูทวีปแต่มาสถิตเสถียรสถาพรตั้งมั่นเป็นมิ่งมงคลคุ้มครองชีวิตและสังคมในดินแดนสุวรรณภูมิ(โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เป็น ‘ประเทศไทย’ ปัจจุบัน)มาอย่างยาวนานนับพันๆปีนั้น เรื่อง “การฆ่าสิ่งมีชีวิต” ถือเป็น “ศีล” หรือ “ข้อห้าม” ที่ต้องปฏิบัติเป็นข้อแรกทีเดียว
นี่ยังไม่นับ “ธรรมะ” ข้ออื่นๆที่เป็นคำสอนเรื่อง “ต้องทำดีละชั่ว” หรือ “ห้ามเบียดเบียน”(ทั้งต่อชีวิตอื่นและชีวิตตัวเอง)อีกมากมายหลายอรรถกถานานับ
ศาสนา “โซโรแอสเตอร์”(‘Zoroastrianism’ หรือ “ลัทธิบูชาไฟ”)ที่เป็นศาสนารากฐานของดั้งเดิมเปอร์เซียในอดีตหรืออิหร่านปัจจุบัน ก็มีข้อห้าม “ทำสิ่งชั่วทั้งปวง” และมีข้อห้ามเรื่อง
“การทำลายล้าง การทำร้ายผู้บริสุทธิ์ การทำลายธรรมชาติ และการกระทำที่ส่งผลเสียต่อผู้อื่น”
ไว้อย่างชัดเจน
อย่าว่าแต่ศาสนาอิสลามเลย(ไม่แยกนิกาย) เพราะศาสนาอิสลามนั้นถือว่าเป็น
“ศาสนาแห่งสันติภาพ”
เพราะคำ “Islam” มีรากศัพท์มาจากคำว่า “Salam” ที่แปลว่า “สันติภาพ และหลัก
คำสอนสำคัญยิ่ง 2 ประการก็คือ พระคัมภีร์อัลกุรอานสอนให้มนุษย์สร้างสันติภาพและความสมานฉันท์ ทั้งยังสอนว่า การใช้ความรุนแรงหรือสงคราม เป็นทางเลือกสุดท้ายเพื่อพิทักษ์ความยุติธรรมหรือเพื่อปกป้องตนเองเท่านั้น ไม่ใช่เพื่อการรุกราน!
หลักคำสอนที่สำคัญอีกหลักหนึ่งของอิสลามคือ ให้มีความเมตตาต่อมนุษยชาติ การให้อภัย และการเคารพความแตกต่างของเพื่อนมนุษย์ โดยเน้นที่การอยู่ร่วมอย่างสันติ! ฯลฯ
แล้วภาพปรากฏที่กำลังเกิดขึ้นในโลกวันนี้ ที่มนุษย์ผ่านการเป็น “ศาสนิก” ที่มีคำสอนทาง “ศีลธรรม” เรื่อง “การไม่ฆ่า” (หลัก ‘โล ติรซาฮ์’) ของศาสนายูดาห์ ซึ่งก็คือหลักการสำคัญเบื้องต้นที่เป็นต้นตอของศาสนาคริสต์(ที่พระเจ้าสอนให้ “รัก” เช่น “รักผู้อื่นเหมือนรักตนเอง”/“รักและให้อภัยศัตรู” ฯลฯ) และศาสนาอิสลาม(ที่พระเจ้าทรงสอนให้รักสันติภาพและสมานฉันท์ สอนให้การใช้ความรุนแรงเป็นทางเลือกสุดท้ายเพื่อพิทักษ์ความรุนแรงและะปกป้องตัวเอง ฯลฯ) มาตั้ง 4 พันปีมาแล้ว…ตอบคำถามอะไรแก่ “มนุษย์” ยุคนี้วันนี้บ้างเล่า?
หรือตอบคำถามว่านั่นไม่ใช่เรื่องของ “ศาสนิก” (ผู้นับถือศาสนา) และ ไม่ใช่เรื่องของ
“มนุษย์” (ผู้มีใจสูงเพราะมีศีลธรรม) แต่เป็นเพียงเรื่องธรรมดาๆตามสันดานของบรรดา “อภิเดรัจฉาน” กลุ่มหนึ่งเท่านั้น!!!?
#เส้นแบ่งความคิด #อภิเดรัจฉาน #ศีลธรรม #สังคมโลก #บทความวิเคราะห์ #สถาพรศรีสัจจัง #ความรุนแรง #มนุษย์ยุคใหม่







