สถาพร ศรีสัจจัง
75 ปีแห่ง “แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ” เพื่อ “พัฒนาประเทศไปสู่ความทันสมัย” (มีสหรัฐอเมริกาเป็นต้นแบบ?) ส่งผลต่อสังคมไทยในด้าน “ความเปลี่ยนแปลง” ทั้งโครงสร้างชั้นล่างของสังคม(ระบบเศรษฐกิจหรือระบบความสัมพันธ์ทางการผลิต) และ โครงสร้างขั้นบน (อันได้แก่ ระบบคิดและระบบการให้คุณค่าเชิง “วัฒนธรรม” ทั้งหลาย เช่น ระบบการปกครอง ระบบกฎหมาย และ ระบบศีลธรรม-จริยธรรม ในสังคม เป็นต้น)
อาจสรุปสั้นๆได้ว่า การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นทั้งเชิงลบและเชิงบวก
อันนี้แต่ละฝ่ายแต่ละพวกแต่ละสำนักคิดแต่ละกลุ่มชนและชั้นชนอาจมีการประเมินผลที่ต่างกัน บ้างก็ว่ามีผลลัพธ์ (result/outcome) เลวลง คือส่งผลด้านเลวร้ายมากกว่าด้านดี บ้างก็ว่ามีดีขึ้นมากกว่าเลวลง คือมีด้านดีมากกว่าด้านร้าย
แต่ที่ แน่ๆ ก็คือ ในห้วงเวลา 75 ปี ดังกล่าว ได้ก่อเกิดความเปลี่ยนแปลงทาง “ภววิสัย”(Objective) ที่ส่งผลต่อความเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างชั้นบน หรือ “วัฒนธรรม” ของสังคมไทยอย่างกว้างขวาง และ “ลงลึก”
และแน่ละนั่นย่อมส่งผลต่อ “คุณภาพ” ของประชากรไทยรุ่นที่เป็นผลผลิตโดยตรงของยุคสมัยแห่ง “การพัฒนาประเทศไปสู่ความทันสมัย” (Generation of Modernization) อย่างรุนแรงไปตามลำดับ (ในช่วง 75 ปี ตั้งแต่ “gen baby boom” จนถึง “gen Z”) เช่นกัน!
จึงมีนักวิชาการทางวัฒนธรรมบางท่านเรียกคน “gen” หลังๆ (โดยเฉพาะจาก X-Z) ว่า
เป็นคนไทยรุ่น“ ราก(ทางวัฒนธรรม)ขาด” (Cultural Disconnection)!
ซึ่งเชื่อว่า การเปลี่ยนแปลงในรูปแบบดังกล่าวนี้ จะส่งผลอย่างรุนแรงต่อ “คุณภาพ” หลายๆด้านของประชากรในประเทศ ทั้งในแง่การพัฒนาและการก่อเกิดปัญหาในรูปลักษณ์ต่างๆ
ทั้งที่เกี่ยวกับระบบเศรษฐกิจและระบบ “วัฒนธรรม” !
การสมาทานรับเอาลัทธิเศรษฐกิจ-การเมืองแบบเสรีนิยมแบบตะวันตกอย่างเต็มรูป แบบ “ไม่เลือกแก่นทิ้งกาก” เพราะชนชั้นนำหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองปี 2475 ส่วนใหญ่เป็น กลุ่มคนที่ได้รับอิทธิพลทางความคิดจากระบบคิดแบบตะวันตกโดยตรง(แบบจำมาทั้งดุ้น)
ยิ่งหลังยุคมี “แผนพัฒนาฯ” ที่จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ใช้อำนาจเผด็จการอย่างเต็มรูป ก็ยิ่งทำให้“ระบบวัฒนธรรมแบบอเมริกัน” (ที่เข้ามาพร้อมกับฐานทัพ)ได้รับการส่งเสริมสถาปนาขึ้นในสังคมไทยอย่างเต็มรูป
ทั้งวัฒนธรรมแห่งชีวิตที่เนื่องเกี่ยวกับปัจจัย 4 อันได้แก่ เรื่องอาหารการกิน เรื่องระบบการรักษาโรค เรื่องที่อยู่อาศัย และเรื่องเครื่องแต่งกาย
ที่สำคัญลงลึกไปกว่านั้นคือวัฒนธรรมที่เกี่ยวกับระบบคุณค่าทางศีลธรรมและจริยธรรม(การจัดการความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคน คนกับธรรมขาติ และคนกับสิ่งเหนือธรรมชาติ (super nature)
ว่ากันว่า ถึงขนาดหัวหน้าคณะปฏิวัติ(ข้าพเจ้ารับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว)ในยุคนั้น
ลงทุนทำหนังสือลับถึงมหาเถรสมาคมห้ามพระสงฆ์เทศน์เรื่องที่เกี่ยวกับ “สันโดษ” หรือ “ความมักน้อย” (รู้พอเพียงแบบมัชฌิมาปฏิปทา)กันทีเดียว เพราะสิ่งนั้นไปขัดกับหัวใจของระบบเศรษฐกิจแบบ “ทุนเสรีนิยม” ที่ต้องกระตุ้นให้คน “อยากได้ อยากมี อยากเป็น” ให้มากที่สุด ตามมอตโต้การโฆษณาของรัฐยุคนั้นที่ว่า“งานคือเงิน เงินคืองาน บันดาลสุข”(ทุกอย่างต้องทำเพื่อเงินเป็นหลัก!)
เครื่องมือของรัฐที่สำคัญๆทุกอย่าง ทั้งระบบการปกครอง ระบบการศึกษา และระบบการสื่อสารมวลชน ต้องปลุกระดมความคิดดังกล่าวนี้ ทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม ทั้งในที่เปิดเผยและในที่ลับ
วันแล้ววันเล่า ปีแล้วปีเล่า รัฐบาลแล้วรัฐบาลเล่า คณะรัฐประหารแล้วคณะรัฐประหารเล่า จนกระทั่งถึงนักบวชในศาสนาแล้วศาสนาเล่า!
วัฒนธรรมเช่นนี้เองที่เป็นตัวกำหนด “คุณภาพประชากรไทย” ในห้วงยาม 75 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะยิ่งโลกเข้าสู่ยุค “โลกไร้พรมแดน” หรือยุค “โลกาภิวัตน์” (Globalization) ในช่วง
ต้นทศวรรษ 2530 (นิยมนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2533 หรือ เมื่อประมาณ 35 ปีมานี้เอง)ทุนนิยมไทยก็เข้าสู่ยุค“ทุนนิยมสามานย์” ตามต้นแบบคือสหรัฐอเมริกาแบบเข้มข้น(ด้านชั่ว)ยิ่งขึ้น!
หรือภาพปรากฏในสังคมไทยวันนี้ ที่คนส่วนใหญ่มักจะ ‘รู้สึก’ ตรงกันว่า “หันไปทางไหนก็เห็นแต่เรื่องเน่าๆแทบทุกเรื่อง” จะไม่ใช่รูปธรรมที่ยืนยันว่า “วัฒนธรรมกำหนดคุณภาพประชากร” อย่างไร?
หรือปรากฏการณ์เกี่ยวกับ “ระบบการเมือง” เรื่อง “การเลือกผู้แทนราษฎร” ครั้งล่าสุดจะไม่เป็นตัวช่วยยืนยันว่า “คุณภาพประชากร” ของประเทศไทยวันนี้เป็นประการใดบ้าง?ไม่ใช่เฉพาะพวกที่เลือก“เงินเทา” หรือ “เงินดำ” หรอก พวกที่เลือกพรรค “อุดมการณ์” ก็เถอะ จะมีสักกี่คนที่รู้และมี “ข้อมูล” เรื่อง“เนื้อหา” และ “เบื้องหน้าเบื้องหลัง” ของ “คน” และ “พรรค” ที่เลือกอย่างแท้จริง?
วาทกรรมเรื่อง “วัฒนธรรมกำหนดคุณภาพประชากร” ของท่านศาสตราจารย์สุธิวงศ์ พงศ์ไพบูลย์ ปราชญ์สามัญชนร่วมสมัย จึงนับเป็นวาทกรรมสำคัญยิ่งด้วยประการฉะนี้!!!ฯ
#เส้นแบ่งความคิด #สถาพรศรีสัจจัง #วัฒนธรรมกำหนดคุณภาพประชากร #แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ #สังคมไทย #วัฒนธรรมไทย #Globalization #บทวิเคราะห์สังคม #siamrathonline







